“ปอมเปอี” (Pompeii) คือหนึ่งในเมืองโบราณที่กลายเป็นตำนานสะเทือนใจของโลก เรื่องราวของเมืองที่รุ่งเรืองแล้วถูกภูเขาไฟวิซูเวียส (Mount Vesuvius) ปะทุและฝังทั้งเมืองภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทำให้ผู้คนหลายพันชีวิตถูกหยุดไว้ใต้ชั้นเถ้าภูเขาไฟ เรื่องราวของปอมเปอีจึงไม่ใช่แค่โศกนาฏกรรมทางธรรมชาติ แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความเปราะบางของมนุษย์ต่อพลังของธรรมชาติ
ปอมเปอีคือเมืองอะไร?
ปอมเปอี (Pompeii) เป็นเมืองโบราณที่สร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 6–7 ก่อนคริสตกาล โดยชาวออสกาน (Oscans) และต่อมาถูกผนวกเข้าสู่จักรวรรดิโรมัน เมืองนี้ถือเป็นเมืองท่าสำคัญ มีความรุ่งเรืองทั้งทางการค้า การเกษตร และวัฒนธรรม
ที่ตั้งของปอมเปอีในอิตาลี
ปอมเปอีตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี ใกล้อ่าวเนเปิลส์ (Bay of Naples) ห่างจากเมืองเนเปิลส์เพียงประมาณ 23 กิโลเมตร จุดเด่นคืออยู่ไม่ไกลจากภูเขาไฟวิซูเวียส ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ยังมีชีวิต (active volcano) การตั้งอยู่ในพื้นที่อุดมสมบูรณ์ด้วยดินภูเขาไฟทำให้การเพาะปลูกเจริญรุ่งเรือง แต่ขณะเดียวกันก็นำพาความเสี่ยงมหาศาลมาสู่เมืองนี้ด้วย

เหตุการณ์ภูเขาไฟวิซูเวียสปะทุ
ภัยพิบัติที่ทำลายเมือง
วันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ. 1979 ภูเขาไฟวิซูเวียสปะทุอย่างรุนแรง พ่นเถ้า ก๊าซพิษ และหินภูเขาไฟขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นเวลาหลายชั่วโมง เถ้าถ่านตกลงมาปกคลุมเมืองปอมเปอีอย่างหนาแน่น บางพื้นที่สูงกว่าหลายเมตร ทำให้บ้านเรือนถล่ม ผู้คนไม่สามารถหนีทัน
มีการประมาณว่าผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้มีจำนวนมากกว่า 2,000–3,000 คน และเมืองทั้งเมืองถูกกลืนหายไปใต้เถ้าภูเขาไฟภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง
ชีวิตชาวปอมเปอีใต้เถ้าภูเขาไฟ
สิ่งที่น่าเศร้าคือร่างของชาวเมืองจำนวนมากถูกฝังทั้งเป็น ท่าทางสุดท้ายของพวกเขาถูกบันทึกไว้ด้วยเถ้าภูเขาไฟที่แข็งตัว บางคนกอดลูก บางคนวิ่งหาที่หลบภัย ขณะที่บางคนยังอยู่ในบ้านพัก เมื่อเวลาผ่านไปหลายร้อยปี เถ้าภูเขาไฟเหล่านี้กลับกลายเป็น “แม่พิมพ์แห่งความตาย” ที่บันทึกประวัติศาสตร์ไว้โดยไม่ได้ตั้งใจ

การค้นพบในศตวรรษที่ 18
หลังจากถูกฝังอยู่ใต้เถ้าภูเขาไฟกว่า 1,600 ปี ปอมเปอีถูกค้นพบโดยบังเอิญในช่วงศตวรรษที่ 18 ระหว่างการขุดค้นเพื่อสร้างสิ่งก่อสร้างในอิตาลี การขุดค้นอย่างจริงจังเริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1748 และตั้งแต่นั้นมา ปอมเปอีก็กลายเป็นหนึ่งในแหล่งโบราณคดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
สิ่งที่ขุดพบ (บ้าน วิหาร โรงละคร)
สิ่งที่นักโบราณคดีค้นพบในปอมเปอี ได้แก่
- บ้านพักอาศัย (Domus) ที่ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง (Fresco) และโมเสกสวยงาม
- วิหาร (Temple) ที่แสดงถึงความเชื่อทางศาสนาของชาวโรมัน
- โรงละคร (Theater & Amphitheater) ซึ่งสะท้อนถึงวัฒนธรรมความบันเทิงและการแสดง
การค้นพบเหล่านี้ทำให้โลกได้เห็นภาพชีวิตประจำวันของผู้คนในยุคโรมัน ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า โรงอาบน้ำ หรือแม้แต่กราฟฟิตี้ที่เขียนบนผนัง
ร่างชาวเมืองที่ถูกห่อหุ้มด้วยเถ้าภูเขาไฟ
หนึ่งในการค้นพบที่สะเทือนใจที่สุดคือร่างของชาวปอมเปอีที่ถูกห่อหุ้มด้วยเถ้าภูเขาไฟ เมื่อฉีดปูนปลาสเตอร์ลงไปในช่องว่างที่เคยเป็นร่างกาย นักโบราณคดีก็สามารถสร้างภาพท่าทางสุดท้ายของผู้คนออกมาได้อย่างสมจริง ร่างเหล่านี้ไม่เพียงแต่บอกเล่าโศกนาฏกรรม แต่ยังเป็นหลักฐานที่มีค่าต่อการศึกษาชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนในอดีต
ปอมเปอีในปัจจุบัน
ปัจจุบัน ปอมเปอีได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกปี ผู้คนจากทั่วโลกต่างเดินทางมาเพื่อสัมผัสบรรยากาศของเมืองที่ถูกหยุดเวลาไว้ และเรียนรู้จากประวัติศาสตร์อันเจ็บปวด
เมืองนี้ยังเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญทางโบราณคดีที่ช่วยให้นักวิชาการเข้าใจชีวิตชาวโรมันโบราณได้มากขึ้น และเป็นบทเรียนเตือนใจเกี่ยวกับพลังมหาศาลของธรรมชาติที่มนุษย์ไม่อาจต้านทานได้
FAQ – คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปอมเปอี
Q1: ปอมเปอีถูกค้นพบเมื่อไร?
A: ปอมเปอีถูกค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 1748 หลังจากถูกฝังใต้เถ้าภูเขาไฟมานานกว่า 1,600 ปี
Q2: ทำไมปอมเปอีถึงมีชื่อเสียงมาก?
A: เพราะเมืองทั้งเมืองถูกฝังไว้ในสภาพสมบูรณ์ ทำให้เราได้เห็นวิถีชีวิตชาวโรมันโบราณอย่างละเอียด ราวกับหยุดเวลาไว้
Q3: สามารถไปเที่ยวชมปอมเปอีได้หรือไม่?
A: ได้ ปัจจุบันปอมเปอีเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางโบราณคดีที่มีชื่อเสียงมาก นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมซากบ้าน วิหาร โรงละคร และจิตรกรรมฝาผนัง
Q4: มีคนรอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้หรือไม่?
A: มีชาวเมืองบางส่วนที่อพยพออกไปได้ทันก่อนที่เถ้าภูเขาไฟจะถล่ม แต่คนจำนวนมากไม่สามารถหนีออกมาได้
Q5: ปอมเปอีเกี่ยวข้องกับการศึกษาทางการแพทย์หรือไม่?
A: ใช่ การค้นพบโครงกระดูกและร่างที่ถูกห่อหุ้มด้วยเถ้าภูเขาไฟ ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์และนักประวัติศาสตร์เข้าใจถึงสุขภาพ โรคภัย และวิถีชีวิตของคนโบราณได้อย่างลึกซึ้ง
ชมทัวร์อิตาลี ติดต่อ patourlogy


