ทัวร์มาดากัสการ์-มอริเชียส-รีอูนิยง (Madagascar - Mauritius - Reunion)
59481296_1064493593754980_1545517176574705664_n

ทัวร์มาดากัสการ์-มอริเชียส-รีอูนิยง (Madagascar-Mauritius-Reunion) สัมผัสความสวยงามทางธรรมชาติกับ 3 เกาะใหญ่แห่งมหาสมุทรอินเดีย

from ฿165,000

การเดินทางสู่มหาสมุทรอินเดีย ใน 3 เกาะใหญ่ อันเป็น 3 เอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน

 

  • Reviews 0 Reviews
    0/5
  • Vacation Style Holiday Type
    Children, Culture, Guided Tours, History
  • Activity Level Leisurely
    1/8
  • Group Size Medium Group
    16
All about the ทัวร์มาดากัสการ์-มอริเชียส-รีอูนิยง (Madagascar-Mauritius-Reunion) สัมผัสความสวยงามทางธรรมชาติกับ 3 เกาะใหญ่แห่งมหาสมุทรอินเดีย.

ต้นเบาบับแห่งเกาะมาดากัสการ์ต้นไม้หน้าตาประหลาดที่มีอายุยืนยาวที่สุดในโลก

ทรายเจ็ดสีที่เกิดจากหินลาวากลายเป็นโคลนแล้วเปลี่ยนเป็นทรายเจ็ดสีสุดแปลกตาแห่งเกาะ มอริเชียส

ปิตงเดออลาฟูร์แนช ภูเขาไฟรูปโล่ที่ตั้งอยู่บนเกาะรียูเนียน แห่งประเทศฝรั่งเศส

3 สิ่งสุดยอดทางธรรมชาติที่เราอยากให้คุณได้ไปสัมผัสกับตาของคุณเอง
เดินทางไปกับเรา Patourlogy ห้องเรียนแห่งการท่องเที่ยวแหล่งใหม่ที่จะพาคุณไปในที่ที่ทัวร์ที่ไหนไม่ทำกัน

มาดากัสก้า มอริเชียส รียูเนียน 3 เกาะ ในแถบมหาสมุทรอินเดีย ที่ที่มีความอัศจรรย์ทางธรรมชาติรอให้คุณไปสัมผัส ตั้งแต่ ต้นไม้ที่มีอายุยืนยาวที่สุดในโลก ทรายเจ็ดสีแปลกประหลาดที่เกิดจากดินภูเขาไฟ และภูเขาไฟที่ยังคงประทุอยู่ ในจังหวัดที่ห่างไกลของประเทศฝรั่งเศส

Patourlogy พร้อมจะพาทุกท่านไปเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เคยได้เห็นใน 3 หมู่เกาะทางแถบมหาสมุทรอินเดีย

The tour package inclusions and exclusions at a glance
What is included in this tour?Items that are included in the cost of tour price.
  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ รวมค่าภาษี และส่วนเพิ่มของน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 07 พฤศจิกายน 2561
  • ค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทยานการท่องเที่ยวในแต่ละเกาะ
  • ค่าโรงแรมที่พักระดับ 4-5 ดาว หรือเทียบเท่าในระดับราคาเดียวกัน โดยพักเป็นห้องแบบ Twin / Double
  • ค่าอาหารทุกมื้อ
  • ค่าวีซ่า
  • ค่าประกันการเดินทางของ บริษัท เอ ดับเบิลยู พี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) แบบ Oasis Leisure คุ้มครองการสูญเสียชีวิต/อวัยวะจากอุบัติเหตุ สำหรับผู้เอาประกันภัยอายุมากกว่า 16 ปีน้อยกว่า 75 ปี ไม่เกิน 4,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศไม่เกิน 2,500,000 บาท ทั้งนี้ครอบคลุมถึงสุขภาพที่ไม่ได้เกิดจากโรคประจำตัว ท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากกรมธรรม์
  • สำหรับสายการบิน Air Austral  อนุญาตให้โหลดกระเป๋าใต้เครื่อง กระเป๋า 2 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 23 กิโลกรัม และสามารถถือสัมภาระขึ้นเครื่องได้น้ำหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัม  ขนาดยาวไม่เกิน 50 cm สูงไม่เกิน 40 cm กว้างไม่เกิน 20 cm การเรียกค่าระวางน้ำหนักเพิ่มเป็นสิทธิของสายการบินที่ท่านไม่อาจปฏิเสธได้

*การอนุมัติวีซ่าเป็นเอกสิทธิ์ของทางสถานทูต ทางบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้บริษัทเป็นเพียงตัวกลาง และคอยบริการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เดินทางเท่านั้น เงินค่าสมัครวีซ่าทางสถานทูตเป็นผู้เก็บ หากผลวีซ่าออกมาว่า ไม่ผ่าน ทางสถานทูตจะไม่คืนเงินค่าสมัครวีซ่าไม่ว่าในกรณีใดๆก็ตาม และทางสถานทูตมีสิทธิที่จะไม่ตอบเหตุผลของการปฏิเสธวีซ่าทุกกรณีหมายเหตุ

หมายเหตุ บริษัทฯ ขอสงวนลิขสิทธิ์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงราคากรณี ผู้ร่วมเดินทางน้อยกว่า 8 ท่าน

 

What is not included in this tour?Items that are not included in the cost of tour price.
  • ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ และไกด์ท้องถิ่น
  • ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพักและค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพัก ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหาร นอกเหนือจากที่ทางบริษัทฯ จัดให้ ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
  1. Day 1 Bangkok - Reunion

    07.00 น.

    คณะพบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ได้ที่เคาน์เตอร์เช็คอินสายการบินแอร์ออสทรัล

    09.50 น.

    ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ สู่ สนามบินโรลอง การ์รอส  (ใช้เวลาบินประมาณ 7.35 ชั่วโมง) สายการบินบริการอาหารและเครื่องดื่มระหว่างเที่ยวบิน

    14.25 น.

    เดินทางถึง สนามบินโรลอง การ์รอส (Roland Garros) เกาะรียูเนียน (Reunion) เพื่อเปลี่ยนเที่ยวบินสู่เกาะมาดากัสการ์

    15.30 น.

    นำท่านเดินทางสู่ เมืองแซงต์ เดอนีส์ (Saint-Denis) เมืองหลวงของเกาะเรอูว์เนียง โดยตัวเมืองนั้นตั้งอยู่บริเวณเหนือสุดของเกาะ เพื่อชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ต่างๆ เช่นอาคาร บ้านเรือน สถาปัตยกรรมรูปแบบของชาวครีโอล, โบสถ์คาทอลิค, พิพิธภัณฑ์  จากนั้นนำท่านไปยังจุดชมวิวยามเย็น ลาบาราชัวส์ เพื่อสัมผัสความสวยงามของเกาะเรอูว์เนียง และเพื่อให้ท่านได้ผ่อนคลายจากการเดินทางบนเครื่องบินที่ยาวนาน

    ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่โรงแรมที่พัก ผ่านถนนเลียบชายฝั่งที่สวยงาม จากการขนาบข้างฟากหนึ่งของถนนด้วยท้องทะเลสีฟ้าสดใส และอีกฝากหนึ่งด้วยหินผาขนาดมหึมาตลอดเส้นทาง

    18.00 น.

    เข้าสู่ โรงแรม Saint Alexis หรือเทียบเท่า

    รับประทานอาหารค่ำ ณ.โรงแรมที่พัก

  2. Day 2 Saint-Denis - Piton de la Fournaise

    เช้า

    รับประทานอาหาร ณ โรงแรมที่พัก

    นำท่านเดินทางสู่ ทุ่ง แปลน เด ซาบล์ส (Plaine des Sables) เพื่อชมหนึ่งในความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลกที่สวยงามและอัศจรรย์ยิ่ง โดยลัดเลาะผ่านหมู่บ้านเล็กๆบน ที่ราบสูง Plaine des cafres ที่รายล้อมด้วยทุ่งหญ้าปศุสัตว์อันเขียวขจี เพื่อสัมผัสความเป็นชนบทบนเกาะแห่งภูเขาไฟ โดยท่านจะได้สัมผัสกับทิวทัศน์ที่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จากความเขียวขจีของทุ่งหญ้าและหุบเขา จนถึงความแห้งแล้งเป็นผงกรวดของลาวาเสมือนผิวดวงจันทร์

    นำท่านแวะจุดชมวิว เพื่อถ่ายรูปอันน่าประทับใจ และยิ่งใหญ่ของเทือกเขาที่สลับซับซ้อนตระการตา Riviere des Remparts จากนั้นมุ่งหน้าสู่ Pas de Bellecombe ชมความยิ่งใหญ่ของภูเขาไฟ ปีตงเดอลาฟูร์แนซ (Piton de la Fournaise) ภูเขาไฟรูปโล่ หรือยอดเขาแห่งเตาหลอม ที่ตั้งอยู่บนปลายเกาะเรอูว์เนียงทางตะวันออก มีความสูง 2,632 เมตร ซึ่งบางครั้งเรียกว่าเป็นพี่น้องกับภูเขาไฟเกาะฮาวาย เนื่องจากมีความคล้ายคลึงกันทางด้านภูมิอากาศและธรรมชาติ   ภูเขาไฟ ปีตงเดอลาฟูร์แนซนั้น ถือเป็นจุดกำเนิดของเกาะเมื่อประมาณ 3 ล้านปีก่อน  และยังได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเป็นมรดกโลก

    กลางวัน

    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารท้องถิ่น

    บ่าย

    นำท่านแวะ สวนพฤกษศาสตร์ Domine du café grille ที่มีชื่อเสียงที่สุดบนเกาะ เพื่อชมธรรมชาติ พร้อมกับการเรียนรู้ระบบนิเวศน์ของเกาะแห่งแอฟริกาตะวันออก  ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับความสวยงามของพันธุ์ไม้ และดอกไม้ที่แปลกตามากมาย ซึ่งได้รวบรวมไว้ ณ สวนแห่งนี้

    จากนั้นนำท่านพบกับบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เพื่อสัมผัสกับวัฒนธรรมการดื่มกาแฟของชาวเรอูว์เนียง ซึ่งมีประวัติมาอย่างยาวนานกว่า 300 ปี กาแฟ Bourbon Pointu เป็นกาแฟที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งเกาะเรอูว์เนียง (เดิมเกาะเรอูว์เนียง มีชื่อว่าเกาะ Bourbon) ซึ่งกาแฟ Bourbon Pointu ค้นพบเมื่อปี ค.ศ. 1711 โดยปัจจุบันยังคงใช้วิธีการเก็บเกี่ยว และผลิตแบบดั้งเดิมอยู่ จึงทำให้มีกลิ่นหอม และได้รสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเองที่ไม่เหมือนใคร จนทำให้มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ ได้รับการยกย่องจากผู้เชี่ยวชาญมากมาย (One of the finest in the world by connoisseurs)

    เย็น

    นำท่านเข้าสู่ โรงแรม  Saint Alexis หรือเทียบเท่า รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

  3. Day 3 Vanilla Plantation - Hell Bourg -Antananarivo

    เช้า

    รับประทานอาหาร ณ โรงแรมที่พัก

    นำท่านสู่ ไร่วนิลา Vanilla Plantation in Saint Andre ซึ่งเป็นสวนวนิลาที่เก่าแก่ที่สุด และได้สืบทอดกรรมวิธีจากรุ่นสู่รุ่นมากว่า 4 ยุค ซึ่งวนิลานั้น ถือเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของเกาะเรอูว์เนียงให้ท่านได้เรียนรู้กระบวนการปลูก การเก็บเกี่ยว และผลิตวนิลา อิสระให้ท่านได้เก็บภาพ และสัมผัสความงามของไร่วนิลา

    นำท่านเดินทางสู่ เฮลล์เบิร์ก Hell Bourg ที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งซาลาซี เมืองแห่งนี้อยู่ใจ    กลางเกาะเรอูว์เนียง แวดล้อมด้วยไปหุบเขาสวยงามมากมาย โดยเฉพาะ ภูเขาไฟเซอร์ก เดอ ซาลาซี (Cirque de Salazie)

    ภายในหุบเขาแห่งนี้ยังมี หมู่บ้านสไตล์คลีโอล Creole ที่มีชื่อเสียงโด่งดังซ่อนตัวอยู่ จนได้รับการจัดอันดับให้เป็นหมู่บ้านที่น่ารักสวยงาม และมีเสน่ห์ที่สุด ในกลุ่มเขตการปกครองโพ้นทะเลของฝรั่งเศส (The most beautiful villages in overseas France)  อีกทั้งยังได้รับการยกย่องเป็นบริเวณ พื้นที่มรดกโลกจากองค์การยูเนสโก โดยในอดีตเมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสปา มีผืนป่า ภูเขา สายน้ำลำธารที่อุดมสมบูรณ์ และมีทัศนียภาพที่สวยงามมาก โดยบริเวณหมู่บ้านแห่งนี้จะมีสภาพภูมิอากาศค่อนข้างเย็นกว่าแถบชายฝั่งทะเล เนื่องจากตั้งอยู่ที่ระดับความสูงกว่า 1,344 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล

    อิสระให้ท่านได้ชมวิถีชีวิตของชาวคลีโอล และเก็บภาพความสวยงามของอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ในแบบศิลปะฝรั่งเศสลูกผสม สไตล์คลีโอลที่รายล้อมด้วยอ้อมกอดของภูเขา

    กลางวัน

    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารท้องถิ่น

    13.30 น.

    นำท่านเดินทางสู่สนามบิน Roland Garlos เพื่อเช็คอิน หลังจากออกเดินทางไปยังมาดากัสการ์

    16.10 น.

    เดินทางถึง สนามบินอิวาโต (Ivato) แห่ง กรุงอันตานานาริโว (Antananarivo) ประเทศมาดากัสการ์ แผ่นดินมหัศจรรย์ สวรรค์ของผู้รักธรรมชาติ  นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

    เย็น

    นำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองหลวง อันทานานาริโว (Antannarivo) ที่ท่านจะได้พบเห็นรูปแบบการดำรงชีวิตในเมืองหลวงที่วุ่นวายแต่คลาสิค การตากผ้ากับพื้นริมถนนแบบชาวมาลากาซี่ หรือรถแท็กซี่สีขาวเรโนลต์ อายุกว่า 50 ปี รถโบราณรุ่นน่ารักกะทัดรัดแต่มากด้วยประสิทธิภาพ จากประเทศฝรั่งเศส   ที่ยังคงวิ่งให้บริการเป็นรถแท็กซี่ และได้รับความนิยมใช้อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งได้รับการส่งเสริมให้อนุรักษ์ไว้เป็นมรดกตกทอดอีกด้วย

    รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก นำท่านเข้าสู่ โรงแรมที่พัก  Grand Urban hotel หรือเทียบเท่า

  4. Day 4 Morondava– Kirindy

    เช้า

    รับประทานอาหาร ณ โรงแรมที่พัก

    นำท่านเที่ยวชมเมืองหลวงอันทานานาริโว พระราชวังราชินี Queen palance ( Rova) ‘ The Prime Minister palace และทัศนียภาพของเมืองหลวงพร้อมกับ ทะเลสาปรูปหัวใจ (Anosy) จากบนยอดเขา ซึ่งสามารถมองเห็นเมืองอันทานานาริโวได้ทั่วทั้งเมือง หลังจากนั้นเดินทางไปสนามบินอิวาโต

    12.00 น.

    อาหารกลางวันแบบ lunch box หรือร้านอาหาร Elabola ภายในสนามบิน

    13.40 น.

    ออกเดินทางโดย สายการบินแอร์มาดากัสก้า (Air Madagascar) สู่ เมืองโมรอนดาวา (Morondava) ประตูสู่ป่าเบาบับอันขึ้นชื่อแห่งเกาะมาดากัสการ์

    14.20 น.

    เดินทางถึงสนามบินโมรอนดาวา (Morondava) 

    เมือง โมรอนดาวา (Morondava) ตั้งอยู่ริมทะเล ซึ่งมีทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์  มีชายฝั่งตรงข้ามเป็นประเทศโมซัมบิก  โดยประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมง จากนั้นเดินทางเข้าสู่เส้นทางธรรมชาติ และวิถีชีวิตของชาวท้องถิ่นมุ่งหน้าสู่ ป่าแล้งคิรินดี (Kirindy Dry forest)

    เย็น

    นำท่านสัมผัสกับ กิจกรรมการส่องสัตว์ เพื่อตามหาบรรพบุรุษและที่มาของคำว่า Lemur รวมถึงสัตว์ต่างๆประจำถิ่น ซึ่งไม่สามารถพบเห็นได้ในเวลากลางคืน เพราะสัตว์ต่างๆ เหล่านั้นจะนอนในเวลากลางวัน และเริ่มออกหากินในเวลาพลบค่ำ โดยเฉพาะลีเมอร์สายพันธุ์แรก ที่มาอาศัยอยู่เมื่อกำเนิดเกาะกว่า 60-80 ล้านปีก่อน

    Lemur ถือเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก  มีขนาดลำตัวเฉลี่ยประมาณ 3-4 นิ้ว หนักเพียง 30 กรัม มีรูปร่างลักษณะแตกต่างไปจากลีเมอร์ทั่วไป ตัวเล็ก ตากลมโต มีนิ้วมือเล็กยาว หางปลายม้วน กินอาหารประเภท ใบไม้, ผลไม้, แมลงต่างๆ  ปัจจุบันถูกจัดอยู่ในระดับความเสี่ยงใกล้สูญพันธุ์ ถือว่าเป็นสัตว์แปลกหายาก และเป็นตระกูลลีเมอร์ที่มีความเก่าแก่ที่สุดบนเกาะมาดากัสก้า ก่อนที่จะมีวิวัฒนาการหลายหลายขนาด และสายพันธุ์ในเวลาต่อมา

    หมายเหตุ : สามารถเตรียมไฟฉาย หรือไฟฉายแบบคาดหัว มาเป็นส่วนตัวได้

    ค่ำ

    นำท่านเข้าสู่ โรงแรมที่พัก Relais Du Kirindy

    รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก  และให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย เพื่อสัมผัสกับบรรยากาศอันเงียบสงบของป่าแล้งแอฟริกาอย่างแท้จริง

  5. Day 5 Morondava – Kirindy - Baobab

    เช้า

    รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

    นำท่านเดินทางสู่ คิรินดี Kirindy Dry Forest หนึ่งในระบบนิเวศน์ที่มีความแปลกประหลาดมาก ซึ่งมีความแตกต่างจากป่าฝนที่อุทยานแห่งชาติฝั่งตะวันออก เนื่องจากเป็นป่าที่มีต้นไม้และหญ้าแห้งขึ้นปกคลุมจนได้สมญานามว่า “ป่าแล้ง” โดยป่าแห่งนี้ยังคงเป็นที่อยู่ของสัตว์นานาชนิด โดยเฉพาะ Fosa (cryptoprocta ferox) สัตว์นักล่าประจำถิ่นที่สามารถพบได้ที่มาดากัสก้าเท่านั้น หรือ ลีเมอร์บางสายพันธุ์ที่ต้องอาศัยอยู่ตามธรรมชาติในป่าแล้งเท่านั้น เช่น  sifaka coquereli, eu lemur fulvus rufus , propithecus of verreaux, vositse นอกจากนี้ยังเป็นถิ่นที่อยู่ของสัตว์นานาชนิดที่มีรูปร่างแปลกตา

    อิสระให้ท่านได้เก็บภาพสัตว์ป่านานาพันธุ์ที่สามารถพบเห็นได้ ณ ป่าแล้งแห่งนี้

    กลางวัน

    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารท้องถิ่น

    บ่าย

    นำท่านเดินทางมุ่งหน้าสู่ Avenue of the Baobabs ซึ่งมีต้นเบาบับขึ้นตลอดช่วงสองข้างทางมากมาย ต้นเบาบับถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของประเทศมาดากัสการ์  เป็นต้นไม้ที่มีอายุยืนที่สุดโดยเฉลี่ย 1000-3000 ปี และสามารถมีอายุอยู่ได้ถึง 6000 ปี ถือเป็นต้นไม้ใหญ่ที่สุดในโลก

    นำท่านแวะชมและถ่ายรูปกับ ต้นเบาบับรักกัน Baobab Amoureux หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Baobab lover  ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก และ Sacred Baobab ที่โด่งดัง

    ท่านจะได้เพลิดเพลินกับถนนแห่งต้นเบาบับ  ซึ่งเป็นช่วงถนนลูกรัง ที่เต็มไปด้วยแนวต้นเบาบับมากมาย รูปทรงสวยงามแปลกตาทอดยาวไปตามถนนกว่า 260 เมตร  และบางต้นนั้นมีความสูงกว่า 30 เมตร มีอายุมากกว่า 800 ปี ส่วนใหญ่เป็นต้นเบาบับจากสายพันธุ์ Adansonia grandidieri ซึ่งมีทั้งหมด 8 สายพันธุ์ โดย6 ใน8 อยู่ในมาดากัสการ์ และทุกส่วนของต้นเบาบับไม่ว่าจะเป็น ใบ ราก ผล เปลือก สามารถนำมาใช้ประโยชน์และเป็นยาได้ทั้งสิ้น โดยเฉพาะน้ำมันสกัดจากเมล็ดที่อุดมด้วยวิตามิน นิยมนำมาผสมในครีมบำรุงผิว และเครื่องสำอางค์  เป็นที่ยอมรับอย่างเป็นทางการทั้งใน EU และสหรัฐอเมริกาจนได้รับสมญานามว่า Tree of Life หรือต้นไม้แห่งชีวิต

    อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความอัศจรรย์ทางธรรมชาติของป่าเบาบับ บริเวณเบาบับอเวนิว และรอชมพระอาทิตย์ตก ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทัศนียภาพที่สวยงามอย่างยิ่งของผืนป่าเบาบับแห่งนี้  ได้เวลานำท่านกลับสู่โรงแรมที่พัก ณ เมืองโมรอนดาวา

    เย็น

    นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก  Palissandre Cote Ouest Hotel  รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

  6. Day 6 Morondava – Antsirabe

    เช้า

    รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

    นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองอันต์สิราเบ (Antsirabe) โดยรถยนต์เพื่อสัมผัสธรรมชาติ และวิถีชีวิตของชาวชนบทในแบบแอฟริกา ซึ่งชาวมาลากาซี (Malagasy) ในชนบท จะมีความเป็นมิตรมาก และนิยมทักทายผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้ม และเสียงเรียก โดยตลอดการเดินทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับเส้นทางอันคดเคี้ยวที่สวยงาม และทัศนียภาพสองข้างทาง ทิวเขาสลับซับซ้อนกับบ้านเรือนของชาวมาลากาซี่แบบดั้งเดิม ท่านจะได้พบเห็นวิถีการดำรงชีวิตของผู้คน  ทุ่งนา แม่น้ำ  บ้านเรือนที่สร้างจากดินสีน้ำตาลส้ม สีสันการค้าขายสินค้าของหมู่บ้านเล็กๆ แบบตลาดริมถนน  การจับจ่ายใช้สอยอาหาร เสื้อผ้า ร้องเท้า พืชผัก ผลไม้ รวมถึงการเลี้ยงสัตว์ และการเกษตรกรรมต่างๆ

    โมรอนดาวา – อันต์สิราเบ ระยะทางโดยประมาณ 500 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 ชม. ลักษณะถนนลาดยางแคบ 2 เลน

    กลางวัน

    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารท้องถิ่น

    15.30 น.

    เดินทางถึง เมืองอันต์สิราเบ (Antsirabe) เมืองใหญ่อันดับสองของมาดากัสการ์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองตากอากาศที่หนาวเย็นในสมัยการขยายอาณานิคมของจักรวรรดิฝรั่งเศส เนื่องจากมีความสูงกว่า 1500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และลอบล้อมด้วย 3 ทะเลสาปที่สวยงาม (Tritriva, Andrnomafana, Andraikiba) ส่งผลให้อันต์สิราเบเป็นเมืองที่มีอากาศเย็นที่สุดในมาดากัสการ์ และในบางช่วงของฤดูหนาวอากาศในเวลากลางคืนสามารถลดต่ำได้ถึง 0 องศา (กรกฎาคม 10-20 องศา)

    นำท่านพบกับสีสันของเมืองอันต์สิราเบ โดยเที่ยวชมเมืองด้วยการนั่งรถลาก ซึ่งการนั่งรถลากนั้น ถือเป็นพาหนะในชีวิตประจำวัน และเป็นพาหนะหลักในการเดินทางของผู้คนในเมืองนี้ เรียกได้ว่าเมื่อมาถึงเมืองนี้แล้ว “ riding is like a must!”

    นำท่านเพลิดเพลินกับการนั่งรถลากเที่ยวชม โบสถ์ Notre Dame de la Salette, Thermal Bath, สถานนีรถไฟ ที่สร้างจากสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล เป็นผลพวงของการตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส กว่า 64ปี ซึ่งยังคงหลงเหลือให้ได้พบเห็นในปัจจุบัน ผสมผสานกับการใช้ชีวิตในแบบดั้งเดิมของผู้คนในเมืองอันต์สิราเบแห่งนี้

    18.00 น.

    นำท่านเข้าสู่ โรงแรมที่พัก Couleur Cafe หรือเทียบเท่าให้ท่านได้สัมผัสกับบรรยากาศความหนาวเย็นที่หาไม่ได้ในแอฟริกา รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

  7. Day 7 Antananarivo – Andasibe - lemur Island

    เช้า

    รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

    นำท่านออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ฝั่งตะวันออก ระหว่างทางแวะชมการผลิตหม้ออะลูมิเนียมที่มีเอกลัษณ์เฉพาะแบบมาดากัสการ์ มีขั้นตอนการผลิตแบบดั้งเดิมด้วยมือและแรงงานคน  ซึ่งในปัจจุบันเป็นที่นิยมใช้อย่างมากในทุกครัวเรือน

    กลางวัน

    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารท้องถิ่น

    บ่าย

    นำท่านเดินทางมุ่งหน้าสู่ เมืองอันดาสิเบ (Andasibe) ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของอันตานานาริโว เข้าสู่เขต อุทยานแห่งชาติอันดาสิเบ (Andasibe-Mantdia Nationall Park) 

    นำท่านเข้าสู่ lemur Island ซึ่งเป็นสถานที่อนุรักษ์ลิเมอร์ที่มีชื่อเสียงแห่งเกาะมาดากัสการ์ ให้ท่านได้สัมผัสความน่ารักของลิเมอร์ หลากหลายสายพันธุ์อย่างใกล้ชิด โดยการลงเรือแคนู ไปยังเกาะต่างๆที่มี   ลีเมอร์อาศัยอยู่มากมาย โดยเฉพาะเกาะ ลีเมอร์หางแหวน (Ring tailed) ที่มีลวดลายที่หางสวยงามเป็นวงแหวนสลับสีขาวดำ มีการเคลื่อนไหวร่างกายเหมือนลีลาการเต้นระบำ อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความน่ารัก และเล่นกับลิเมอร์นานาชนิดตามอัธยาศัย

    เย็น

    นำท่านเข้าสู่ โรงแรมที่พัก  Mantadia Lodge หรือเทียบเท่า รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

  8. Day 8 Analamazaotra – Antananarivo - Mauritius

    เช้า

    รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

    นำท่านสู่ อุทยานแห่งชาติอนาลามาโซตรา (Analamazaotra Special Reserve) ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของอันตานานาริโว และเป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติอันดาสิเบ( Andasibe-Mantdia Nationall Park) ที่ได้ถูกจารึกไว้ในมรดกโลกในปี 2007 เพื่อเข้าชมความงามของธรรมชาติ และสัมผัสระบบนิเวศน์ในแบบป่าฝนของแอฟริกา เดินสำรวจธรรมชาติระยะสั้น เพื่อตามหา อินดรี – อินดรี สายพันธุ์ที่ได้ชื่อว่าเป็นลีเมอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ที่ยังคงหลงเหลืออยู่และใกล้จะสูญพันธุ์

    ลีเมอร์ อินดรี – อินดรี มีขนาดโตเทียบเท่ากับเด็กโต (สูงประมาณ150 เซนติเมตร) ลำตัวมีสีขาวดำ และมีหูเป็นพู่กลมขนาดใหญ่ นอกจากนี้เสียงของ อินดรี – อินดรี นั้นสามารถได้ยินไปไกลหลายกิโลเมตรอีกด้วย  นอกจากนั้นท่านยังสามารถพบสายพันธุ์อื่นๆได้ด้วย เช่น Bamboo lemur, Woolly lemur กิ้งก่าสีสันสดใส หรือแมลงต่างๆ มากมายหลากหลายสายพันธุ์

    จากนั้นออกเดินทางกลับสู่เมืองหลวงอันทานานาริโว  ระยะทางจากเมืองอันต์สิราเบ ถึงเมืองหลวง อันตานานาริโว 170 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชม. โดยประมาณ

    กลางวัน

    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารไทย

    16.30 น.

    ออกเดินทางจากสนามบินอิวาโต สู่ สนามบินมอริเชียส เซอร์ ซีวูซากูร์ รามกูลัม (ใช้เวลาบินประมาณ 1.45 ชั่วโมง)

    19.35 น.

    เดินทางถึงสนามบินมอริเชียส  นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก  Outrigger Mauritius หรือเทียบเท่า

    รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

  9. Day 9 Chamarel Falls – Colored Earths - Bel Ombre Lagoon

    เช้า

    รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

    นำท่านเดินทางสู่ น้ำตกชามาเรล (Chamarel Falls) อันโด่งดังแห่งเกาะมอริเชียส เพื่อสัมผัสความงดงามของน้ำตกที่มีความสูงกว่า 90 เมตร ไหลดิ่งลงสู่หุบเหว

    จากนั้นเดินทางสู่ เนินทรายเจ็ดสี (Seven Coloured Earths) ซึ่งเกิดจากการก่อตัวของหินลาวา ซึ่งเป็นหินบะซอลล์ กลายเป็นโคลนและได้เปลี่ยนมาเป็นทรายในที่สุด ซึ่ง 7 สีนั้น ประกอบไปด้วย สีแดง น้ำตาล ม่วงเข้ม เขียว น้ำเงิน ม่วงอ่อน เหลือง  จึงได้รับการขนานนามว่า เนินทรายเจ็ดสี อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความอัศจรรย์ทางธรรมชาติอีกแห่งของมอริเชียส

    กลางวัน

    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารไทย

    บ่าย

    นำท่านเดินทางสู่ La vanille Nature Park เพื่อชมเต่ายักษ์ที่มีชื่อเสียงแห่งมอริเชียส สายพันธุ์  Aldabra giant Tortoise ซึ่งเป็นเต่ามีขนาดใหญ่มาก และมีอายุยืนกว่า 100 ปี โดยตัวผู้มีน้ำหนักประมาณ 250 กิโลกรัม ขณะที่ตัวเมียมีขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย มีกระดองสีน้ำเงินเข้มถึงดำโค้งเป็นทรงโดมสูง นอกจากนี้ยังมีส่วนคอที่ยาวมาก ช่วยให้สามารถกัดกินใบไม้ที่สูงจากพื้นกว่า 1 เมตรได้ ซึ่งเต่ายักษ์ อัลดาบราถึงแม้จะตัวใหญ่แต่มีอุปนิสัยสุภาพ และเป็นมิตร  สามารถให้อาหาร และถ่ายรูปได้อย่างอิสระ(One of the finest in the world by connoisseurs)

    นำท่านกลับสู่โรงแรมที่พัก เพื่อลงเรือสู่อ่าว Bel Ombre ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะมอริเชียส  นำท่านสัมผัสกิจกรรมทางทะเลที่ขึ้นชื่อแห่งเกาะสีฟ้าครามแห่งนี้ โดยการลงเรือท้องกระจก และดำน้ำดูปะการัง (Snorkeling) สัมผัสโลกใต้ทะเลที่ได้ชื่อว่าสมบูรณ์และสวยงามอีกแห่งหนึ่งในมหาสมุทรอินเดีย  (แนะนำให้ท่านเตรียมชุดว่ายน้ำหากท่านต้องการดำน้ำตื้นชมโลกใต้ทะเลแห่งมอริเชียส)

    เย็น

    นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก  Outrigger Mauritius หรือเทียบเท่า

    รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

  10. Day 10 Mauritius - Reunion

    เช้า

    รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

    อิสระให้ท่านให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย และชื่นชมบรรยากาศริมทะเลแห่งเกาะมอริเชียส เก็บภาพความประทับใจก่อนออกเดินทางไปยังสนามบินเพื่อกลับสู่ประเทศไทย

    09.00 น.

    นำท่านเดินทางสู่สนามบินมอริเชียส เพื่อเช็คอิน

    12.00 น.

    ออกเดินทางจากสนามบินมอริเชียส สู่ สนามบินโรลอง การ์รอส เกาะเรอูว์เนียง (ใช้เวลาบินประมาณ 45 นาที)

    13.00 น.

    เดินทางถึง สนามบินโรลอง การ์รอส  (Roland Garros) เกาะเรอูว์เนียง เพื่อเปลี่ยนเที่ยวบินกลับสู่กรุงเทพมหานคร

    18.00 น.

    ออกเดินทางจากเกาะเรอูว์เนียง กลับสู่กรุงเทพมหานคร (ใช้เวลาบินประมาณ 7.35 ชั่วโมง) สายการบินบริการอาหารค่ำบนเครื่องบิน)

  11. Day 11 กลับถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพ

    04.55 น

    เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

เงื่อนไขการจองทัวร์

  1. บริษัทฯ จะขอเรียกชําระค่ามัดจําการจอง เป็นเงินท่านละ 10,000 บาท
  2. เมื่อท่านตกลงเดินทางกับทางบริษัทฯ ระยะเวลา 4 เดือนก่อนเดินทาง หรือ ตามวันที่ระบุ (ถ้ามี) ต้องชําระเงินค่าจองทัวร์ 50% ตามที่โปรแกรมระบุ หรือชําระเต็มจํานวน โดยโอนเข้าบัญชีธนาคารตามที่ระบุไว้ แล้ว Email หลักฐานดังกล่าวมา ทางอีเมล์ที่ [email protected] ทางบริษัทฯ จะจัดส่งใบเสร็จรับเงินกลับไปยังท่าน
  3. ชําระเงินค่าทัวร์ส่วนที่เหลือก่อนการเดินทาง 60 วัน หรือตามที่ระบุในโปรแกรมโดยโอนเข้า บัญชีเช่นกัน และท่านจะได้รับใบเสร็จรับเงินและแจ้งยืนยันการเดินทาง
  4. ขอสงวนสิทธิ์การจองให้ท่านที่ชำระค่ามัดจำเข้ามาแล้วเท่านั้น บริษทขอสวนสิทธิ์การคืนเงินให้กับลูกค้าและยกเลิกการเดินทางของลูกค้า ในกรณีที่ลูกค้ามัดจำส่วนที่เหลือล่าช้ากว่ากำหนด

วิธีการจองทัวร์ : Booking

  1. ติดต่อกลับมาที่บริษัท โทร  096 -640 4534 วันจันทร์ – เสาร์ เวลา 12:00-20:00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 12:00-19:00 น. พื่อทําการจองกับเจ้าหน้าฝ่ายขาย และ สอบถามข้อมูล
  2. ส่งข้อมูลของท่านมาที่อีเมล์  [email protected]

การชําระเงินโดยผ่านบัญชีธนาคาร

ชําระโดยโอนเงินผ่านบัญชี ที่ระบุนี้ เท่านั้น

กรุณาโอนเงิน เข้าบัญชี (โปรดสอบถามข้อมูลก่อนการโอน)

เมื่อท่านโอนเงินแล้ว กรุณส่งหลักฐานการโอนเงินมาที่ Email : [email protected] จะ ถือว่าการจองสมบูรณ์ และบริษัทฯจะส่งใบเสร็จให้ท่านต่อไป (กรณีต้องการใบกํากับภาษี กรุณาแจ้งก่อนการชําระเงิน)

ชําระเงินที่บริษัทฯ โดยเงินสด ,เช็คธนาคาร, บัตรเครดิต

( กรณีชําระโดยบัตรเครดิต บริษัทฯ ชาร์ท 3 %)

การยกเลิกการจองและการเดินทาง

ยกเลิกทัวร์ใดๆ หลังจากการจองสมบูรณ์แล้ว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าธรรมเนียม อย่างน้อยท่านละ 5,000 บาท และค่าใช้จ่ายที่ดําเนินการไปแล้ว เช่น ค่าธรรมเนียมวีซ่า, ตั๋วเครื่องบิน เป็นต้น

  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 60 วัน คืนค่าบริการทั้งหมด (ยกเว้นค่ามัดจำกับทางสายการบินและค่าจองโรงแรมที่พักที่ได้เกิดขึ้นและชำระแก่ปลายทางไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว)
  • ยกเลิกทัวร์ภายใน 60-45 วัน ก่อนการเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์ในการยึดเงินมัดจำงวดแรก
  • ยกเลิกทัวร์ภายใน 45 วัน ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธ์ในการคืนเงินทั้งหมด
  • หากถูกปฏิเสธการเข้าเมือง ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทั้งหมด

หมายเหตุ

  1. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจําเป็น สุดวิสัยจนไม้อาจแก้ไขได้ และจะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียและ / หรือ เกิด อุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของตัวนักท่องเที่ยวเอง ซึ่งนอกเหนือความรับผิดชอบ ของหัวหน้าทัวร์และเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น ความล่าช้าจากสายการบิน การนัดหยุด งาน ภัยธรรมชาติ การจลาจลต่างๆ
  2. เนื่องจากรายการท่องเที่ยวนี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์ใช้บริการใดๆ ตาม รายการ อาทิ ไม่เที่ยวบางรายการ ไม่ทานอาหารบางมื้อ หรือไม่ร่วมในกิจกรรมใดๆ ก็แล้วแต่ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่าบริการบางส่วนให้แก่ท่าน เพราะเหตุ ค่าใช้จ่ายทุก อย่างทางบริษัทฯ ได้ชําระล่วงหน้าให้ตัวแทนต่างประเทศแบบเหมาขาดก่อนออกเดินทางเป็น เรียบร้อยแล้ว
  3. เนื่องจากเป็นการเดินทางไปทัวร์ต่างประเทศ หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าประเทศ หรือออก นอกประเทศ บริษัทฯไม่สามารถ คืนเงินค่าทัวร์บางส่วน หรือทั้งหมดไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  4. บริษัทฯ มีความยินดีที่จะรับลูกค้าที่มีจุดประสงค์เพื่อเดินทางท่องเที่ยวโดยเจตนาบริสุทธิ์ และปราศจากเจตนาแอบแฝงเพื่อหลบหนี / เลี่ยงเข้าประเทศ
Overall Rating
0/5

LEAVE YOUR COMMENT

Package Confirmed Dates Trip Status Trip Status Price (PP) Excluding Flights Price (PP) Including Flights 
18/07/2019 - 28/07/2019
Fully booked
฿165,000
฿165,000
29/08/2019 - 08/09/2019
Confirmed departure
฿165,000
฿165,000