ทัวร์ทาจิกิสถาน ปามีร์ไฮเวย์ (Tajikistan Pamir Highway) Road trip สายคลาสสิคบนถนนปามีร์ไฮเวย์ (2-13 กรกฏาคม 2019) - Patourlogy - Let us take you all over the world
pimar highway 8

ทัวร์ทาจิกิสถาน ปามีร์ไฮเวย์ (Tajikistan Pamir Highway) Road trip สายคลาสสิคบนถนนปามีร์ไฮเวย์ (2-13 กรกฏาคม 2019)

from ฿100,000฿96,000

เดินทางไปกับ Road trip เส้นทางสายคลาสสิคบนถนนปามีร์ไฮเวย์

เดินทางไปกับเรา patourlogy ห้องเรียนแห่งการท่องเที่ยวแหล่งใหม่ที่จะพาคุณไปในที่ที่ทัวร์ที่ไหนไม่ทำกัน

แผนและรายละเอียดการเดินทาง (pdf) >>>http://l.ead.me/bb1nx9

  • Reviews 0 Reviews
    0/5
  • Vacation Style Holiday Type
      Discovery, History
    • Activity Level Moderate
      3/8
    • Group Size Medium Group
      18
    All about the ทัวร์ทาจิกิสถาน ปามีร์ไฮเวย์ (Tajikistan Pamir Highway) Road trip สายคลาสสิคบนถนนปามีร์ไฮเวย์ (2-13 กรกฏาคม 2019).

    บนเส้นทาง Road trip เส้นทางสายคลาสสิคบนถนนปามีร์ไฮเวย์

    ถนนเส้นที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในประเทศ แนวเทือกเขาปาร์มีร์  ทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก  แนวพรมแดนสองประเทศ ผ่านเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

    เดินทางไปกับเรา patourlogy ห้องเรียนแห่งการท่องเที่ยวแหล่งใหม่ที่จะพาคุณไปในที่ที่ทัวร์ที่ไหนไม่ทำกัน

    แผนและรายละเอียดการเดินทาง (pdf) >>>http://l.ead.me/bb1nx9

    2 – 13 กรกฏาคม 2562

    ราคาทริป 96,000 บาท

    The tour package inclusions and exclusions at a glance
    What is included in this tour?Items that are included in the cost of tour price.
    • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ รวมค่าภาษี และส่วนเพิ่มของน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 07 พฤศจิกายน 2561
    • ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆที่ระบุไว้ในโปรแกรม
    • ค่าโรงแรมที่พักระดับ 3-4 ดาว หรือเทียบเท่าในระดับราคาเดียวกัน รวมถึง Homestay โดยพักเป็นห้องแบบ Twin / Double
    • ค่าอาหารทุกมื้อ
    • ค่าวีซ่าประเทศ คีร์กิซสถาน แห่ง ทาจิกิสถาน
    • ค่าประกันการเดินทางของ บริษัท เอ ดับเบิลยู พี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) แบบ Oasis Leisure คุ้มครองการสูญเสียชีวิต/อวัยวะจากอุบัติเหตุ สำหรับผู้เอาประกันภัยอายุมากกว่า 16 ปีน้อยกว่า 75 ปี ไม่เกิน 4,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศไม่เกิน 2,500,000 บาท ทั้งนี้ครอบคลุมถึงสุขภาพที่ไม่ได้เกิดจากโรคประจำตัว ท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากกรมธรรม์
    • สำหรับสายการบิน Air Astana อนุญาตให้โหลดกระเป๋าใต้เครื่อง น้ำหนักไม่เกิน 23 กิโลกรัม และสามารถถือสัมภาระขึ้นเครื่องได้น้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม การเรียกค่าระวางน้ำหนักเพิ่มเป็นสิทธิของสายการบินที่ท่านไม่อาจปฏิเสธได้

    *การอนุมัติวีซ่าเป็นเอกสิทธิ์ของทางสถานทูต ทางบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้บริษัทเป็นเพียงตัวกลาง และคอยบริการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เดินทางเท่านั้น เงินค่าสมัครวีซ่าทางสถานทูตเป็นผู้เก็บ หากผลวีซ่าออกมาว่า ไม่ผ่าน ทางสถานทูตจะไม่คืนเงินค่าสมัครวีซ่าไม่ว่าในกรณีใดๆก็ตาม และทางสถานทูตมีสิทธิที่จะไม่ตอบเหตุผลของการปฏิเสธวีซ่าทุกกรณีหมายเหตุ

    หมายเหตุ บริษัทฯ ขอสงวนลิขสิทธิ์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงราคากรณี ผู้ร่วมเดินทางน้อยกว่า 8 ท่าน

     

    Whats not included in this tour.Items that are not included in the cost of tour price.
    • ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
    • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
    • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ และไกด์ท้องถิ่น
    • ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
    • ค่าอาหาร 1 มื้อวันต่อเครื่อง
    • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพักและค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพัก ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหาร นอกเหนือจากที่ทางบริษัทฯ จัดให้ ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
    1. Day 1 Bangkok - Osh

      วันที่ 2 กรกฏาคม 2562

      08.00 น. พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิอาคารผู้โดยสารขาออกนอกประเทศ ชั้น 4 ประตู 8-9 แถว Q เคาท์เตอร์สายการบิน Air Astana

      10.15น. เหินฟ้าสู่เมืองอัลมาตี้ ประเทศคาซัคสถาน ด้วยเที่ยวบิน KC932 ใช้เวลาบินประมาณ 7.10 ชั่วโมง บริการอาหารกลางวัน บนเครื่องบิน

      16.25 น. ถึง อัลมาตี้ ประเทศคาซัคสถาน นำท่านผ่าน ตม. ต่อเครื่องเตรียมบินต่อไปยังเมืองบิสเคก ประเทศคีร์กีซสถาน

      18.00 น. ออกเดินทาง ด้วยเที่ยวบิน KC 109 สู่เมืองบิสเคก ประเทศคีร์กีซสถาน บริการอาหารบนเครื่อง

      18.55 น. ถึงสนามบิน Manas ประเทศคีร์กีซสถาน บิสเคก เวลาประเทศคีร์กีซสถานช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง นำท่านเดินทางสู่อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ โดยเราจะรับประทานอาหารกันภายในสนามบิน (มื้อนี้จะให้แต่ละท่านได้มีอัธยาศัยในการเลือกรับประทานได้ตามความสะดวก)

      23.00 น. ถึงสนามบิน Osh international airport จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก

       

    2. Day 2 Osh

      วันที่ 3 กรกฏาคม 2562

      เช้า รับประทานอาหารเช้าณ.โรงแรมที่พัก

      นำท่านเดินทางชมสถานที่ต่างๆภายในเมืองออส (Osh)
      เมือง Osh คือศูนย์กลางการปกครองของคีร์กิซสถานในเขตภาคใต้ เป็นหนึ่งในเมืองโบราณที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดของประเทศ ประวัติศาสตร์ย้อนหลังนับไปได้กว่า 3,000 ปีที่แล้ว เป็นเมืองที่สำคัญในหุบเขาเฟอร์กาน่า (Fergana valley)
      นำท่านเดินทางสู่ Sulaiman Too ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่สุดที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมือง ที่นี่เป็นมรดกโลกโดย UNESCO เพียงแห่งเดียวของประเทศคีร์กิซสถาน ด้านบนของภูเขาแห่งนี้มีมัสยิดที่สร้างโดยจักรพรรดิบาบูร์ (Babur) แห่งราชวงศ์โมกุลของอินเดียในคริสตศตวรรษที่ 14 ด้านล่างเป็นสุสานของ Asaf ibn Burhia ที่สร้างโดยการเจาะทะลุเป็นถ้ำเข้าไปในหุบเขา โดยเราจะสามารถเดินเข้าไปในถ้ำได้ นอกจากนี้ท่านจะได้เที่ยวชม Sulayman-Too National Historical and Archaeological Museum ที่มีนิทรรศกาลต่างๆมากมายเกี่ยวกับภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ และจากบนยอดเขา Sulaiman Too นี้เองที่เราจะเห็นวิวเมือง Osh แบบพาโนราม่าได้อย่างกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาโดยมีเทือกเขาหิมะอยู่เบื้องหล้ง

      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

      บ่าย นำท่านเดินทางไปสู่ Osh bazaar หนึ่งในบาซาร์อันเก่าแก่ของเส้นทางสายไหมและภูมิภาคเอเชียกลาง ที่นี่ท่านจะได้ปล่อยตัวเองไปกับบรรยากาศแห่งความคึกคักและสีสรรคของผู้คนชาวคีร์กิซ เราสามารถที่จะหาอาหารหรือขนมท้องถิ่นรับประทานเป็นอาหารว่างหรือมองหาสินค้าหัตถกรรมชาวบ้านได้ในราคาที่เป็นมิตร ณ สถานที่แห่งนี้ โดยเราจะเดินเที่ยวในตลาดและมุ่งหน้าสู่มัสยิด Shaid Tepa Mosque ที่ถือว่าเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศคีร์กิซสถาน ที่สามารถจุผู้มาแสวงบุญได้ถึงหลักพันคนเลยทีเดียว

      ค่ำ นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Classic hotel Osh หรือเทียบเท่า
      รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

    3. Day 3 Osh - Sary Mogol – Lenin peak base camp

      วันที่ 4 กรกฏาคม 2562

      เช้า รับประทานอาหารภายในที่พัก

      เราจะออกเดินทางออกจากเมือง Osh มุ่งหน้าลงไปทางใต้ตามทางหลวงหมายเลข M41 หรือที่เรียกว่า “ปามีร์ ไฮเวย์” ซึ่งถือว่าตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางอันยาวไกลที่ปลายทางคือเมืองหลวงดูซานเบ แห่งประเทศทาจิกิสถาน ปามีร์ไฮเวย์เป็นถนนที่สร้างขึ้นทับบนทางเดินเท้าของเหล่าคาราวานตั้งแต่ในสมัยเส้นทางสายไหม เป็นหนึ่งในเส้นทางการลำเลียงสินค้าในยุคโบราณ
      ระหว่างทางผ่าน Taldok Pass ที่ความสูง 3,600 เมตร โดยจุดนี้จะเป็นที่บอกว่าเรากำลังจะเข้าสู่เขตที่ราบสูงปามีร์หรือจะเรียกว่าหลังคาโลกก็ว่าได้ เพราะความสูงเฉลี่ยในเส้นทางปามีร์ไฮเวย์จะอยู่ที่ประมาณ 3,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลเลยทีเดียว จากจุดนี้เมื่อมองชมวิวเราจะเห็นหนึ่งในถนนที่สวยที่สุดของประเทศคีร์กิซสถาน จะเห็นถนนที่คดเคี้ยวเป็นเหมือนงูเลื้อยไปตามบนไหล่เขา

      เที่ยง
      เดินทางถึงเมือง ซึ่งถือว่าเป็นชุมทางของนักเดินทางในสมัยโบราณ โดยหมู่บ้านนี้เป็นจุดรวมของเส้นทางทั้งหมด 4 สายที่สำคัญคือ ทางทิศตะวันออกจะเป็นเส้นทางสู่ประเทศจีนผ่านช่องเขา Irkeshtam ทางใต้มุ่งหน้าสู่ประเทศทาจิกิสถานตามเส้นทางปามีร์ไฮเวย์ เส้นเหนือคือเส้นที่เรามา และเส้นตะวันตกคือทางไปยังหมู่บ้าน Sary Mogol อันเป็นจุดหมายปลายทางของเรา รวมถึง Lenin peak base camp ที่พักของเราในคืนนี้

      บ่าย
      นำท่านเดินทางต่อไปยัง Lenin peak base camp ที่นี่คือลานกว้างขนาดใหญ่ที่เป็นจุดตั้งต้นของนักเดินเขาที่จะมาพิชิตยอดเขาเลนิน (Lenin peak) ที่มีความสูง 7,134 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ยอดเขาเลนินเป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับสองของทั้งประเทศคีร์กิซสถานและทาจิกิสถาน โดยบริเวณ Base camp ที่เราจะนอนพักกันคืนนี้เป็นหนึ่งในจุดที่ชมวิวยอดเขาได้สวยที่สุด
      เนื่องจากบริเวณนี้เป็นที่ราบสูง อากาศจะเริ่มเบาบาง ท่านต้องระมัดระวังในเรื่องของการออกแรงหรือใช้กำลังที่มากเกินไป เพื่อป้องกันภาวะแพ้ความสูง (Acute mountain sickness)

      เย็น รับประทานอาหารท้องถิ่น ที่หมู่บ้าน Sary Mogol

    4. Day 4 Lenin peak base camp - Karakul lake

      วันที่ 5 กรกฏาคม 2562

      เช้า รับประทานอาหารภายในแคมป์

      ออกเดินทางออกจากแคมป์ มุ่งหน้ากลับไปสู่ที่หมู่บ้าน Sary Tash ก่อนที่จะวกลงไปทางทิศใต้ทางเส้นทาง M41 มุ่งหน้าเข้าสู่พรมแดนระหว่างประเทศคีร์กิซสถานและทาจิกิสถาน
      เนื่องจากเป็นด่านพรมแดนทางพื้นดินระหว่างประเทศที่ถือว่าอยู่ในพื้นที่ห่างไกลมาก (Remote area) พิธีการทางเอกสารต่างๆจะไม่มีระบบหรือระเบียบที่เป็นทางการนัก และบางครั้งไม่อาจะสามารถคาดเดาวิธีการต่างๆได้ล่วงหน้า อย่างไรก็ตามทีมงานของบริษัทฯ และไกด์ท้องถิ่นจะค่อยช่วยบริการส่วนนี้ให้ผ่านไปได้อย่างราบรื่นและเกิดปัญหาให้น้อยที่สุดครับ
      เมื่อเขาสู่ดินแดนของประเทศทาจิกิสถาน จะถือว่าเราเข้าสู่เขตแดนของเทือกเขาปามีร์โดยสมบูรณ์

      กลางวัน
      เดินทางถึงหมู่บ้าน Karakul อันเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ติดกับทะเลสาบ Karakul ที่ถือว่าเป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่สูงเป็นอันดับสองของโลก (อันดับหนึ่งคือทะเลสาบติติกากาที่ประเทศโบลิเวีย) ทะเลสาบแห่งนี้จะมีน้ำสีฟ้าใสตลอดทั้งปี ความหมายของคำว่า Karakul แปลว่า “The Black Lake” ทะเลสาบ Karakul เป็นทะเลสายที่เกิดจากการชนของอุกกาบาตที่มาโลกเมื่อหลายล้านปีมาแล้ว โดยระบบน้ำทั้งหมดมาจากธารน้ำแข็งเบื้องบน ในช่วงหน้าหน้าทะเลสาบแห่งนี้บนผิวน้ำทั้งหมดจะกลายเป็นน้ำแข็ง หลังจากนั้นจะพาท่านเข้าสู่ที่พักในลักษณะของ Homestay พร้อมกับรับประทานอาหารเที่ยง

      บ่าย
      ท่านจะได้ใช้เวลาพักผ่อนตามอัธยาศัย โดยสามารถเดินไปยังทะเลสาบได้ ถ่ายรูปเล่น พบปะกับชาวบ้านท้องถิ่น โดยวิวทะเลสาบเมื่อเรามองออกไปจากหมู่บ้านจะเห็นวิวของเทือกเขาสูงด้านหลังที่มีหิมะปกคลุมภาพสะท้อนลงไปน้ำเบื้องล่างสีฟ้ากลายเป็นภาพที่งดงามอย่างยิ่ง
      เนื่องจากบริเวณนี้เป็นที่ราบสูง อากาศจะเริ่มเบาบาง ท่านต้องระมัดระวังในเรื่องของการออกแรงหรือใช้กำลังที่มากเกินไป เพื่อป้องกันภาวะแพ้ความสูง (Acute mountain sickness)

      เย็น รับประทานอาหารเย็น หลังจากนั้นให้พักผ่อนได้ตามอัธยาศัยที่ Homestay

    5. Day 5 Karakul – Murghab

      วันที่ 6 กรกฏาคม 2562

      เช้า รับประทานอาหารภายใน Homestay

      จากนั้นออกเดินทางออกจากหมู่บ้าน Karakul มุ่งหน้าต่อลงไปยังทิศใต้ตามเส้นทาง M41 ถนนจะค่อยๆวิ่งไต่ขึ้นเนินอีกครั้งจนเราไปสู่จุดสูงสุดของเส้นทางที่ช่องเขา Ak Baital pass (4,655 m) เมื่อเราผ่านช่องเขามาแล้ว พื้นที่บริเวณนี้จะกลายเป็นเหมือนกับทะเลทรายที่ราบสูงขนาดใหญ่

      กลางวัน
      เดินทางถึงเมือง Murghab ศูนย์กลางของการปกครองในเขต Murghab ที่นี่มีคนกล่าวไว้ว่า “to arrive here and do not see Murgab is like not visiting the Pamirs at all” หรือมีความหมายว่า “ถ้ามาปามีร์แล้ว ไม่ได้มาถึงมูร์กาบก็เหมือนไม่ได้มาปามีร์นั่นเอง” ที่เมืองนี้ จะมีลักษณะภูมิประเทศแบบ alpine desert ที่ดูไปจะคล้ายเหมือนโลกของพระจันทร์ ตรงนี้เลยเปรียบเสมือนโอเอซิสเพียงแห่งเดียวในพื้นที่หลายพันตารางกิโลเมตรบริเวณนี้ที่ไม่มีพื้นที่อาศัยอยู่อย่างถาวรเลย ที่นี่มีสภาพอากาศที่เรียกได้ว่าสุดขั้ว คือ ร้อนมากๆในหน้าร้อน (40 องศาเซลเซียส) หรือหนาวสุดๆในหน้าหนาว (-30 องศาเซลเซียส) เมือง Murghab ยังเคยเป็นอดีตฐานบัญชาของกองทัพสหภาพโซเวียตสมัยที่แข่งขันด้านอิทธิพลเหนือภูมิภาคเอเชียกลางกับอังกฤษ โดยสิ่งก่อสร้างในเมืองปัจจุบันก็แทบจะเป็นสิ่งที่หลงเหลือมาจากยุคนั้นแทบทั้งสิ้น จนบางครั้งสภาพบ้านเมืองเราอาจจะคิดว่าเหมือนบ้านเรือเพิ่งผ่านสงครามมาหมาดๆ เราจะรับประทานอาหารเที่ยงกันที่ร้านอาหารท้องถิ่น

      เย็น
      ให้ทุกท่านได้พักผ่อนกันตามอัธยาศัย โดยท่านสามารถเดินชมภายในเมืองได้ ท่านจะพบปะกับประชาส่วนใหญ่ของที่นี่คือ ชนเผ่าคีร์กิซ (Kyrgyz) และชาวปามีร์ (Pamiri people) ซึ่งเป็นชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่บนที่สูงอย่างถาวรมานานแล้ว สถานที่น่าใจคือ อนุสาวรีย์เลนิน และ ตลาดประจำเมืองที่ร้านค้าถูกสร้างมาจากตู้คอนเทนเนอร์ต่างๆ อารมณ์คล้ายๆเหมือนเราอยู่บนดาวเบดูอินจากภาพยนตร์เรื่องสตาร์วอร์ส

      ค่ำ รับประทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารท้องถิ่น และพักที่โรงแรม Hotel Pamir 3*

      ***ไฟฟ้าอาจจะมาติดๆหายๆได้ เนื่องจากการผลิตที่ไม่ต่อเนื่องอันเนื่องจากปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเราต้องเข้าใจไว้ล่วงหน้า***

    6. Day 6 Murghab – Langar

      วันที่ 7 กรกฏาคม 2562

      เช้า รับประทานอาหารภายในโรงแรม

      เราจะออกเดินทางบนถนนสายโลกพระจันทร์แห่งนี้โดยยังคงมุ่งหน้าลงไปทางทิศใต้ ระหว่างทางเราจะผ่านหนึ่งในทะเลสาบที่สวยที่สุดของเทือกเขาปามีร์คือ Bulunkul ซึ่งสีของน้ำจะเปลี่ยนแปลงไปตามแสงของดวงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาถึง ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ท่านจะได้เห็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่อย่างเร่ร่อน (nomadic life) ที่มีการสร้างกระโจมและเลี้ยงสัตว์ในกลุ่มของวัวและแกะเพื่อเอานมและเนื้อมาอุปโภค

      จากนั้นท่านจะผ่านเข้าสู่ช่องเขา Khargush pass (4,344 m) โดยที่พื้นที่บริเวณเป็นพื้นที่ๆอาศัยอยู่ของสัตว์ประจำถิ่นอย่าง Turkestan rat, tiger-cat, grizzly bear, badger, stoat, fox, grey, red wolves หรือสัตว์ที่หายากอย่าง เสือดาวหิมะ (snow leopard) รวมถึงสัตว์ไฮไลท์ของชาวปามีร์ที่หาดูได้ยากมากในปัจจุบัน อย่าง Marco Polo sheep ซึ่งท่านมีโอกาสที่จะสามารถเห็นได้

      กลางวัน
      เดินทางถึงหมู่บ้าน Langar ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ๆเรียกว่า “ระเบียงวาคันด์” (Wakhan corridor) ซึ่งเป็นพื้นที่ราบสูงที่อยู่ระหว่างเทือกเขาสองฝั่งคือฮินดูกูซในฝั่งอัฟกานิสถานและปามีร์ในฝั่งทาจิกิสถานโดยมีแม่น้ำสายสำคัญคือแม่น้ำ Panj river เป็นตัวกั้นพรมแดนธรรมชาติ โดยที่หมู่บ้าน Langar เป็นจุดชัยภูมิที่สำคัญของพื้นที่บริเวณนี้เพื่อใช้เป็นที่พักของกองคาราวานในสมัยโบราณที่ใช้เส้นทางสายไหมเพื่อเดินทางเข้าประเทศจีน
      เราจะพักรับประทานอาหารเที่ยงกันที่นี่

      บ่าย
      ให้ท่านได้ใช้เวลาตามอัธยาศัยในช่วงบ่ายหลังรับประทานอาหาร โดยที่ท่านสามารถเดินไปดูหินที่มีรอยสลักรูปภาพต่างๆตั้งแต่สมัยโบราณ (petroglyphs of Langar) โดยมีจำนวนชิ้นมากกว่า 6,000 ชิ้นบนเนินเขาที่อยู่ข้างๆหมู่บ้าน โดยท่าน

      เย็น พักที่ Homestay

    7. Day 7 Langar – Iskhashim

      วันที่ 8 กรกฏาคม 2562

      เช้า รับประทานอาหารภายใน Homestay

      เราจะออกเดินทางเลียบไปตามแม่น้ำ Panj ในเขตของ Wakhan corridor โดยตั้งแต่ช่วงนี้เป็นต้นไป ทางฝั่งซ้ายมือของท่านจะเป็นแผ่นดินประเทศอัฟกานิสถานที่อยู่เพียงแค่เอื้อมมือ ท่านจะได้สังเกตชีวิตประจำวันของคนสองฝั่งแม่น้ำได้อย่างใกล้ชิด ได้เห็นบ้านที่สร้างด้วยดิน (Adobe House) อันเป็นเอกลักษณ์ของชาวอัฟกัน
      ระหว่างทางเราจะแวะไปเที่ยวที่หมู่บ้าน Vrang ที่บนหน้าผ่าจะมีสถูปของพระพุทธศาสนาที่ถูกสร้างมาตั้งแต่ในช่วงศตวรรษที่ 4-7 เป็นหลักฐานอย่างดีถึงอิทธิพลของพุทธศาสนาในสมัยโบราณของพื้นที่บริเวณ
      นำท่านไปยังบ้านเดิมของอดีตนักปราชญ์ชาวปามีร์ผู้ล่วงลับคือ Muabara Kadam ซึ่งท่านจะได้เห็นสถาปัตยกรรมบ้านของชาวปามีร์ได้ที่นี่ ซึ่งที่นี่ปัจจุบันได้พัฒนากลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เราจะได้ศึกษาถึงวิธีการของปราชญ์สมัยโบราณในการดูดาราศาสตร์รวมถึงวิทยาศาสตร์ (House-museum of Muboraki Wakhani)

      จากนั้นนำท่านไปชมป้อมปราการยัมชุน (Yamchun fortresses) ที่สร้างอยู่บนเชิงเขา ป้อมปราการแห่งนี้เชื่อว่าสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 3 เพื่อจุดประสงค์ใช้เพื่อสังเกตการณ์และป้องกันอาณาจักรจากผู้รุกราน โดยเราสามารถเดินชมวิวและถ่ายรูปป้อมปราการจากระยะไกลที่เบื้องหลังจะเป็นเทือกเขาหิมะของฝั่งอัฟกานิสถานซึ่งเป็นภาพที่สวยงามและตราตรึงใจเราตลอดไป
      นำท่านไปชมบ่อน้ำพุร้อน Bibi Fatima ที่เป็นบ่อน้ำแร่ซึ่งคนท้องถิ่นมาใช้เป็นพื้นที่เล่นน้ำและอาบน้ำกัน



      กลางวัน

      เดินทางถึงหมู่บ้าน Iskhashim เพื่อรับประทานอาหารเที่ยง
      ให้ท่านได้ใช้เวลาตามอัธยาศัยในช่วงบ่ายหลังรับประทานอาหาร โดยท่านสามารถเดินได้ชมทั่วทั้งหมู่บ้านขนาดเล็กแห่งนี้ โดยถ้าไม่มีเหตุการณ์ที่ผิดปกติในช่วงนี้ เราจะสามารถไปเที่ยวยัง Border market ที่จะมีคนสองฝั่งคืออัฟกันและทาจิกมาทำการค้าบนเกาะกลางแม่น้ำ และเป็นโอกาสของนักท่องเที่ยวที่จะได้พบเห็นคนอัฟกันอย่างใกล้ชิด ตลาดแห่งนี้มีเฉพาะวันอาทิตย์เท่านั้น ทั้งนี้การเปิดปิดของตลาดแห่งนี้ขึ้นกับสถานการณ์ของความปลอดภัยของฝั่งอัฟกานิสถานในช่วงเวลานั้นๆ

      เย็น รับประทานอาหารเย็น หลังจากนั้นให้พักผ่อนได้ตามอัธยาศัยที่ Hanis Homestay

    8. Day 8 Iskhashim – Khorog

      วันที่ 9 กรกฏาคม 2562

      เช้า รับประทานอาหารภายใน Homestay

      หลังจากนั้นออกเดินทางออกจากหมู่บ้าน Iskhashim มุ่งหน้าสู่เมือง Khorog ที่เป็นเมืองตั้งอยู่ภายในหุบเขาถูกขนาบด้วยแม่น้ำทั้งหมด 3 สายมาบรรจบกันคืน Shokhdara riverม Ghund river ซึ่งไหลไปรวมที่แม่น้ำ Pyanj river อันเป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างประเทศเพื่อนบ้านคืออัฟกานิสถาน
      เมือง Khorog เป็นศูนย์กลางของการปกครองในเขต Gorno-Badakhshan province ที่เป็นเขตปกครองตนเองที่แยกออกจากส่วนกลางของประเทศทาจิกิสถาน ที่นี่มีทั้งโรงแรมขนาดใหญ่รวมถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ทำการอยู่ที่นี่ ที่นี่เป็นเมืองใหญ่ที่สุดของเขตปามีร์ มีประชากรมากกว่า 30,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามนิกาย Ismailism (เป็นสาขาหนึ่งของนิกายชีอะห์) ในช่วงยุคคอมมิวนิสต์ เมือง Khorog เป็นศูนย์กลางของกองทัพสหภาพโซเวียตในการสู้กับอิทธิพลของอังกฤษ (หลังจากที่สร้างที่ Murghab ที่เราพึ่งผ่านมาเมื่อสามวันที่แล้ว)

      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

      บ่าย
      นำท่านไปชม สวนพฤกษศาสตร์ Khorog (Pamir botanical garden) ที่สร้างขึ้นไว้เพื่อวิจัยเกี่ยวกับพืชพรรณที่ปลูกในที่สูงและภูมิประเทศที่ต่างๆกัน โดยปัจจุบันมีพืชพรรณมากว่า 4000 ชนิดในปัจจุบัน โดยจากสวนแห่งนี้เราจะสามารถมองเห็นภาพของเมือง Khorog แบบพาโนราม่าได้อย่างสวยงาม ได้เห็นว่าเมืองที่ถูกขนาบด้วยหุบเขาและมีแม่น้ำไหลผ่านตรงกลางเป็นรูปร่างอย่างไร
      นำท่านไปชม พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น (Local history museum) เพื่อชมนิทรรศการเกี่ยวกับ ธรรมชาติ วัฒธรรม และผู้คนของพื้นที่เขต Gorno-Badakhshan region

      เย็น รับประทานอาหารเย็น หลังจากนั้นให้พักผ่อนได้ตามอัธยาศัยที่โรงแรม Lal guesthouse

    9. Day 9 Khorong - Kalai Khumb

      วันที่ 10 กรกฏาคม 2562

      เช้า รับประทานอาหารภายในโรงแรม

      ***ท่านที่ตื่นแต่เช้า สามารถเดินไปยัง Khorog Bazaar ได้จากโรงแรม เพื่อชมวิถีชีวิตประจำวันของชาวบ้าน และสามารถจับจ่ายใช้สอยเพื่อซื้อสินค้าท้องถิ่นได้จากที่นี่***
      ***ท่านสามารถเดินไปที่สวนสาธารณะใจกลางเมือง (Central park) ได้จากที่พักด้วยเช่นกัน***

      หลังจากนั้นออกเดินทางออกจากเมือง Khorog มุ่งหน้าสู่เมือง Kalai-Khumb
      ระยะทางระหว่างนี้ถือว่าค่อนข้างไกลเมื่อเทียบกับวันที่ผ่านๆมาของเรา โดยถนนในช่วงนี้จะคดโค้งไปตามแนวของแม่น้ำ Panj ในบางช่วงแม่น้ำอาจจะแคบลงจนเราอาจจะคิดว่าว่ายข้ามไปยังอัฟกานิสถานได้ เราจะได้ทึ่งไปกับความทุ่มเทในการสร้างถนนของคนในอดีตที่พยายามทำให้ถนนเส้นทางนี้เป็นจริงได้ ในช่วงปัจจุบันที่ถือว่าการเดินทางทำได้สะดวกสบายมากขึ้น แต่เมื่อมองย้อนกลับไปอดีตถือว่าถนน M41 หรือปามีร์ไฮเวย์ เป็นอีกหนึ่งสิ่งก่อสร้างโดยมนุษย์ที่สร้างเพื่อเอาชนะธรรมชาติในการเดินทางให้ได้เมื่อออกจากเมือง Khorog มา เราจะค่อยๆออกจากเขตของเทือกเขาปามีร์มาเรื่อยๆเช่นเดียวกัน ชาติพันธุ์ของผู้คนจะเปลี่ยนจากชาวปามีร์มาเป็นชาวทาจิก (Tajik)
      ระหว่างทางให้ได้ท่านได้ชมกับบรรยากาศความงามระหว่างและแวะถ่ายรูปตามความเหมาะสม

      กลางวัน รับประทานอาหารเที่ยงที่เมือง Kalai-Khumb

      บ่าย ให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัยในเมือง Kalai-Khumb ที่ในอดีตเมืองนี้เป็นอีกหนึ่งป้อมปราการทางทางทหารในสมัยโบราณเนื่องจากอยู่ในจุดชัยภูมิคือมีแม่น้ำ Obikhumboi ไหลผ่านลงสู่แม่น้ำ Panj ตรงตามความหมายของเมืองที่แปลว่า “ป้อมปราการแห่งคุมบ์” (Fortress on the Khumb)

      ค่ำ รับประทานอาหารเย็น หลังจากนั้นให้พักผ่อนได้ตามอัธยาศัยที่โรงแรม

    10. Day 10 Kalai Khumb – Dushanbe

      วันที่ 11 กรกฏาคม 2562

      เช้า รับประทานอาหารภายในที่พัก

      ออกเดินทางออกจากเมือง Kalai Khumb เรายังคงวิ่งลัดเลาะไปตามไหล่เขาเลียบแม่น้ำ Panj ซึ่งกั้นพรมแดนกับประเทศอัฟกานิสถานไปเรื่อยๆ จนถึงหมู่บ้าน Kisht-Poyon หมู่บ้านสุดท้ายที่เราจะได้เห็นแผ่นดินอัฟกานิสถาน หลังจากนี้เราจะวกกลับเข้าไปในแผ่นดินทาจิกิสถาน
      ระหว่างทางให้ท่านชม อ่างเก็บน้ำนูเร็ค (Nurek Reservoir) ซึ่งเป็นสถานที่ที่สำหรับเก็บกักน้ำที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่ประมาณ 11 ตร.กม.
      นำท่านไปชม เขื่อนนูเร็ค (Nurek Dam) ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อกั้นการไหลและเก็บกักน้ำของแม่น้ำวาคสห์ ที่ไหลมาจากเทือกเขาปามีร์ เขื่อนนี้ใช้สำหรับการผลิตกระแสไฟฟ้าซึ่งได้ติดตั้งเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าที่มีกำลังความสามารถ ทำให้เกิดการผลิตได้ประมาณ 3,015 เมกกะวัตต์ จากนั้นเดินทางถึงเมืองหลวงดูซานเบ

      รับประทานอาหารเที่ยงที่ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น ระหว่างทาง

      บ่าย
      เดินทางถึงเมืองหลวงดูซานเบ (Dushanbe) ดูซานเบ เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศทาจิกิสถาน คำว่า ดูชานเบ ในภาษาทาจิก มีความหมายว่า วันจันทร์ ซึ่งเป็นชื่อที่มาจากข้อเท็จจริงที่เมืองเป็นสถานที่ตั้งของหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงเรื่องตลาดวันจันทร์ นำท่านไปชมความสวยงามของ เมืองดูชานเบ้ ที่ตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำที่ไหลมาบรรจบกัน 2 สาย คือ แม่น้ำวาร์ซอบ และ แม่น้ำโคฟานิฮอน เมืองหลวงแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 125 ตร.กม. และมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 780,000 คน
      นำท่านไปชม สวนรูดากี้ (Rudaki Park) สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นเกียรติแด่ อบู อับดุบลาห์ จาฟาร์ โมฮัมหมัด รูดากี้ ซึ่งเป็นนักประพันธ์บทกวีที่มีชื่อเสียงชาวเปอร์เซียซึ่งอยู่ในปี ค.ศ. 858-941 เขาเกิดที่หมู่บ้านพานิรูดที่ตั้งอยู่ในเมืองเพนจิเค้นท์ ในชีวิตต่อมาได้ตาบอดสนิท แต่ความสามารถของท่านได้มีการเรียนรู้ถึงเรื่องราวต่างๆ และมีคุณสมบัติอันยอดเยี่ยม ได้กลายเป็นนักประพันธ์บทกวี วรรณคดีที่ยิ่งใหญ่ และมีชื่อเสียงของเปอร์เซียที่ทันสมัยกับเหตุการณ์ โดยการใช้อักษรของเปอร์เซียในการแต่งบทกลอนต่างๆ
      นำท่านไปเดินชม ตลาดชาห์มานซูร์ (Shar Mansur Bazaar) ซึ่งเป็นตลาดที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ซึ่งจำหน่ายสินค้าหลายๆ ชนิด ให้ท่านได้พักผ่อนเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย

      เย็น รับประทานอาหารท้องถิ่น และ นำท่านเข้าสู่ที่พัก

    11. Day 11 Dushanbe – Almaty

      วันที่ 12 กรกฏาคม 2562

      เช้า รับประทานอาหารภายในที่พัก

      นำให้ท่านได้ผ่านชม พระราชวังแห่งการรวมชาติ (Palace of Unity) หรือมีชื่อว่า พระราชวังวาห์ดัท (Vardat Palace) ที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของตัวเมือง ผ่านชมพระราชวังแห่งชนชาติ (Palace of Nations) สวนแห่งชัยชนะ (Victory Park)
      นำท่านไปชม เสาธงของดูชานเบ้ (Dushanbe Flagpole) เป็นเสาธงที่มีความสูงเป็นอันดับที่ 2 ของโลกซึ่งมีความสูงถึง 165 เมตร อันดับที่ 1 ซึ่งถูกสร้างขึ้นที่หลังอยู่ที่เมืองเจดด้าห์สูงถึง 170 เมตร และอันดับที่ 3 อยู่ที่เมืองบาคู ในอะเซอร์ไบจานที่มีความสูง 162 เมตร
      นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ของโบราณ (Museum of Antiquities) ซึ่งเป็นสถานที่ที่เก็บสะสมสิ่งของโบราณที่เป็นประวัติศาสตร์ของชาติ และเผ่าพันธ์ของชาวทาจิกในอดีต ที่ไม่ว่าจะเคยสามารถพูดภาษารัสเซียหรือภาษาทาจิกได้ ภายในได้สะสมสิ่งของที่มีเสน่ห์ และเป็นสิ่งของที่มีค่าน่าสนใจทางวัฒนธรรม และที่สำคัญมากคือ พระพุทธรูปนอนยาวถึง 14 เมตร (Reclining Buddha attaining final Nirvana) ที่นำมาจากหมู่บ้านอจีน่า เทเป้ (Ajina Tepe Village) ในอดีต

      เที่ยง รับประทานอาหารท้องถิ่นที่ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบินนานาชาติดูซานเบ (Dushanbe International Airport)

      13.30 น. ออกเดินทางสู่กรุงอัลมาตี้ ประเทศคาซัคสถาน ด้วยสายการบิน Air Astana เที่ยวบิน KC132 (ระยะเวลาบิน 1.45 ชั่วโมง)

      16.45 น. เดินทางถึงกรุงอัลมาตี้ ประเทศคาซัคสถาน จากนั้นเราจะเข้าสู่ Transit hall จากนี้เป็นช่วงเวลาตามอัธยาศัยซึ่งท่านสามารถเลือกซื้อของฝาก และรับประทานอาหารเย็นกันได้ภายในนี้ (ระยะเวลารอ 8.45 ชั่วโมง)

    12. Day 12 Dushanbe - Bangkok

      วันที่ 13 กรกฏาคม 2562

      01.00 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพ ประเทศไทย ด้วยสายการบิน Air Astana เที่ยวบิน KC931 (ระยะเวลาบิน 6.55 ชั่วโมง)

      8.55 (+1) น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพ โดยสวัสดิภาพ

    เงื่อนไขการจองทัวร์

    1. บริษัทฯ จะขอเรียกชําระค่ามัดจําการจอง เป็นเงินท่านละ 10,000 บาท
    2. เมื่อท่านตกลงเดินทางกับทางบริษัทฯ ระยะเวลา 4 เดือนก่อนเดินทาง หรือ ตามวันที่ระบุ (ถ้ามี) ต้องชําระเงินค่าจองทัวร์ 50% ตามที่โปรแกรมระบุ หรือชําระเต็มจํานวน โดยโอนเข้าบัญชีธนาคารตามที่ระบุไว้ แล้ว Email หลักฐานดังกล่าวมา ทางอีเมล์ที่ [email protected] ทางบริษัทฯ จะจัดส่งใบเสร็จรับเงินกลับไปยังท่าน
    3. ชําระเงินค่าทัวร์ส่วนที่เหลือก่อนการเดินทาง 60 วัน หรือตามที่ระบุในโปรแกรมโดยโอนเข้า บัญชีเช่นกัน และท่านจะได้รับใบเสร็จรับเงินและแจ้งยืนยันการเดินทาง
    4. ขอสงวนสิทธิ์การจองให้ท่านที่ชำระค่ามัดจำเข้ามาแล้วเท่านั้น บริษทขอสวนสิทธิ์การคืนเงินให้กับลูกค้าและยกเลิกการเดินทางของลูกค้า ในกรณีที่ลูกค้ามัดจำส่วนที่เหลือล่าช้ากว่ากำหนด

    วิธีการจองทัวร์ : Booking

    1. ติดต่อกลับมาที่บริษัท โทร 096 -640 4534 วันจันทร์ – เสาร์ เวลา 12:00-20:00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 12:00-19:00 น  เพื่อทําการจองกับเจ้าหน้าฝ่ายขาย และ สอบถามข้อมูล
    2. ส่งข้อมูลของท่านมาที่อีเมล์  [email protected]

    การชําระเงินโดยผ่านบัญชีธนาคาร

    ชําระโดยโอนเงินผ่านบัญชี ที่ระบุนี้ เท่านั้น

    กรุณาโอนเงิน เข้าบัญชี (โปรดสอบถามข้อมูลก่อนการโอน)

    เมื่อท่านโอนเงินแล้ว กรุณส่งหลักฐานการโอนเงินมาที่ Email : [email protected] จะ ถือว่าการจองสมบูรณ์ และบริษัทฯจะส่งใบเสร็จให้ท่านต่อไป (กรณีต้องการใบกํากับภาษี กรุณาแจ้งก่อนการชําระเงิน)

    ชําระเงินที่บริษัทฯ โดยเงินสด ,เช็คธนาคาร, บัตรเครดิต

    ( กรณีชําระโดยบัตรเครดิต บริษัทฯ ชาร์ท 3 %)

    การยกเลิกการจองและการเดินทาง

    ยกเลิกทัวร์ใดๆ หลังจากการจองสมบูรณ์แล้ว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าธรรมเนียม อย่างน้อยท่านละ 5,000 บาท และค่าใช้จ่ายที่ดําเนินการไปแล้ว เช่น ค่าธรรมเนียมวีซ่า, ตั๋วเครื่องบิน เป็นต้น

    • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 60 วัน คืนค่าบริการทั้งหมด (ยกเว้นค่ามัดจำกับทางสายการบินและค่าจองโรงแรมที่พักที่ได้เกิดขึ้นและชำระแก่ปลายทางไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว)
    • ยกเลิกทัวร์ภายใน 60-45 วัน ก่อนการเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์ในการยึดเงินมัดจำงวดแรก
    • ยกเลิกทัวร์ภายใน 45 วัน ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธ์ในการคืนเงินทั้งหมด
    • หากถูกปฏิเสธการเข้าเมือง ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทั้งหมด

    หมายเหตุ

    1. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจําเป็น สุดวิสัยจนไม้อาจแก้ไขได้ และจะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียและ / หรือ เกิด อุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของตัวนักท่องเที่ยวเอง ซึ่งนอกเหนือความรับผิดชอบ ของหัวหน้าทัวร์และเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น ความล่าช้าจากสายการบิน การนัดหยุด งาน ภัยธรรมชาติ การจลาจลต่างๆ
    2. เนื่องจากรายการท่องเที่ยวนี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์ใช้บริการใดๆ ตาม รายการ อาทิ ไม่เที่ยวบางรายการ ไม่ทานอาหารบางมื้อ หรือไม่ร่วมในกิจกรรมใดๆ ก็แล้วแต่ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่าบริการบางส่วนให้แก่ท่าน เพราะเหตุ ค่าใช้จ่ายทุก อย่างทางบริษัทฯ ได้ชําระล่วงหน้าให้ตัวแทนต่างประเทศแบบเหมาขาดก่อนออกเดินทางเป็น เรียบร้อยแล้ว
    3. เนื่องจากเป็นการเดินทางไปทัวร์ต่างประเทศ หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าประเทศ หรือออก นอกประเทศ บริษัทฯไม่สามารถ คืนเงินค่าทัวร์บางส่วน หรือทั้งหมดไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
    4. บริษัทฯ มีความยินดีที่จะรับลูกค้าที่มีจุดประสงค์เพื่อเดินทางท่องเที่ยวโดยเจตนาบริสุทธิ์ และปราศจากเจตนาแอบแฝงเพื่อหลบหนี / เลี่ยงเข้าประเทศ
    Overall Rating
    0/5

    LEAVE YOUR COMMENT