ทัวร์เอธิโอเปีย (Ethiopia) ชมมรดกโลกลาลิเบลา ผจญภัยที่แอ่งดานาคิลและภูเขาไฟเออร์ตาอเล (12-20 Oct 2019) - Patourlogy - Let us take you all over the world
ethiopia 35

ทัวร์เอธิโอเปีย (Ethiopia) ชมมรดกโลกลาลิเบลา ผจญภัยที่แอ่งดานาคิลและภูเขาไฟเออร์ตาอเล (12-20 Oct 2019)

from ฿140,000฿135,000

เตรียมตัวผจญไปยังบริเวณจุดต่ำที่สุดของโลก จุดที่ว่ากันว่าร้อนที่สุดในโลก จุดที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นเหมือนกับนรกที่อยู่บนดิน

ดานาคิลดีเพรชชั่น ภูเขาไฟเออร์ตาอเล สองสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่ควรมาให้เห็นกับตาก่อนที่ร่างกายจะไม่พร้อม

เยือนลาลิเบล่า เมืองลับแลดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของชาวเอธิโอเปีย

เดินทางไปกับเรา Patourlogy ห้องเรียนแห่งการท่องเที่ยวแหล่งใหม่ที่จะพาคุณไปในที่ที่ทัวร์ที่ไหนไม่ทำกัน

แผนและรายละเอียดการเดินทาง (pdf) >>>http://l.ead.me/bb1njU

วันเดินทาง 12-20 ตุลาคม 2562

ราคา 135,000 บาท

 

  • Reviews 0 Reviews
    0/5
  • Vacation Style Holiday Type
      Camping, Discovery, History
    • Activity Level Ultimate
      8/8
    • Group Size Medium Group
      16
    All about the ทัวร์เอธิโอเปีย (Ethiopia) ชมมรดกโลกลาลิเบลา ผจญภัยที่แอ่งดานาคิลและภูเขาไฟเออร์ตาอเล (12-20 Oct 2019).

    เตรียมตัวผจญไปยังบริเวณจุดต่ำที่สุดของโลก จุดที่ว่ากันว่าร้อนที่สุดในโลก จุดที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นเหมือนกับนรกที่อยู่บนดิน

    ดานาคิลดีเพรชชั่น ภูเขาไฟเออร์ตาอเล สองสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่ควรมาให้เห็นกับตาก่อนที่ร่างกายจะไม่พร้อม

    เยือนลาลิเบล่า เมืองลับแลดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของชาวเอธิโอเปีย

    เดินทางไปกับเรา Patourlogy ห้องเรียนแห่งการท่องเที่ยวแหล่งใหม่ที่จะพาคุณไปในที่ที่ทัวร์ที่ไหนไม่ทำกัน

    วันเดินทาง 12-20 ตุลาคม 2562

    ราคา 135,000 บาท (รวมทุกอย่าง)

    แผนและรายละเอียดการเดินทาง (pdf) >>>http://l.ead.me/bb1njU

    ท่านที่สนใจทัวร์นี้ จำเป็นต้องอ่าน เรื่องที่ควรรู้ FAQs ก่อนจอง เนื่องจากทริปนี้เป็นทริปที่มีความพิเศษสูงมาก

    The tour package inclusions and exclusions at a glance
    What is included in this tour?Items that are included in the cost of tour price.
    • ค่าตั๋วเครื่องบินสายการบิน Ethiopian airline ทุกไฟลต์ที่ระบุในรายการ เดินทางไป-กลับพร้อมคณะ
    • ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ และค่ายานพาหนะทุกชนิดสำหรับนำเที่ยว ตามที่ระบุไว้ในรายการ
    • ค่ารถรับส่งระหว่างสนามบิน-โรงแรมที่พัก
    • ค่ามัคคุเทศก์ผู้ชำนาญเส้นทางดูแลตลอดการเดินทาง
    • ค่าธรรมเนียมน้ำมันและค่าประกันภัยการเดินทางที่มีการเรียกเก็บจากสายการบิน ซึ่งเป็นอัตราเรียกเก็บ ณ วันที่ทำการจอง
    • ค่าธรรมเนียมการยื่นขอวีซ่า แบบท่องเที่ยว สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทย
    • ค่าประกันการเดินทางของ บริษัท เอ ดับเบิลยู พี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) แบบ Oasis Leisure คุ้มครองการสูญเสียชีวิต/อวัยวะจากอุบัติเหตุ สำหรับผู้เอาประกันภัยอายุมากกว่า 16 ปีน้อยกว่า 75 ปี ไม่เกิน 4,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศไม่เกิน 2,500,000 บาท ทั้งนี้ครอบคลุมถึงสุขภาพที่ไม่ได้เกิดจากโรคประจำตัว ท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากกรมธรรม์
    • สำหรับสายการบิน  Ethiopian airline อนุญาตให้โหลดกระเป๋าใต้เครื่อง น้ำหนักไม่เกิน 23 กิโลกรัม และสามารถถือสัมภาระขึ้นเครื่องได้น้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม  ขนาดการเรียกค่าระวางน้ำหนักเพิ่มเป็นสิทธิของสายการบินที่ท่านไม่อาจปฏิเสธได้

    *การอนุมัติวีซ่าเป็นเอกสิทธิ์ของทางสถานทูต ทางบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้บริษัทเป็นเพียงตัวกลาง และคอยบริการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เดินทางเท่านั้น เงินค่าสมัครวีซ่าทางสถานทูตเป็นผู้เก็บ หากผลวีซ่าออกมาว่า ไม่ผ่าน ทางสถานทูตจะไม่คืนเงินค่าสมัครวีซ่าไม่ว่าในกรณีใดๆก็ตาม และทางสถานทูตมีสิทธิที่จะไม่ตอบเหตุผลของการปฏิเสธวีซ่าทุกกรณีหมายเหตุ

    หมายเหตุ บริษัทฯ ขอสงวนลิขสิทธิ์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงราคากรณี ผู้ร่วมเดินทางน้อยกว่า 8 ท่าน

    Whats not included in this tour.Items that are not included in the cost of tour price.
    • ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
    • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการที่ระบุ เช่น ค่าเครื่องดื่มและค่าอาหารที่สั่งเพิ่มเอง (เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกฮอล์, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด ค่าอาหารและเครื่องดื่มสั่งพิเศษนอกรายการ ค่าซักรีด, ค่าโทรศัพท์ทางไกล, ค่าอินเตอร์เน็ต ฯลฯ
    • ค่าทำหนังสือเดินทาง
    • ค่าทิปสำหรับ มัคคุเทศก์ พนักงานขับรถ พนักงานยกกระเป๋าที่โรงแรม
    • ค่าปรับ สำหรับน้ำหนักกระเป๋าเดินทางที่เกินจากที่ทางสายการบินกำหนดไว้
    1. Day 1 Bangkok - Addis Ababa

      วันที่ 11 ตุลาคม 2562

      22.00 น. พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 แถว U ประตู 10 โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯคอยให้การต้อนรับและดูแลในการตรวจเอกสารการเดินทางที่เคาน์เตอร์ของสายการบิน เอธิโอเปียน แอร์ไลน์ (ET)

      วันที่ 12 ตุลาคม 2562

      01.45 น.

      ออกเดินทางจากกรุงเทพฯสู่ เมืองแอดดิส อะบาบา โดยสาบการบิน เอธิโอเปียน เที่ยวบินที่ ET-619 ใช้เวลาบิน ประมาณ 9 ชม.(บริการอาหารร้อนบนเครื่องบินและพักผ่อนบนเครื่องบิน)

      06.15 น.

      เดินทางมาถึง สนามบินนานาชาติแอดดิส อะบาบา โบลี (Addis Ababa)

      “แอดดีส อบาบา” (Addis Ababa) แปลว่า ดอกไม้ดอกใหม่ (The New Flower) เป็นนครหลวงของเอธิโอเปีย ซึ่งเป็นประเทศที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา กรุงแอดดีส อบาบา เป็นเมืองที่มีเรื่องราวและสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง ล้วนแต่มีความเกี่ยวข้องกับอารยธรรมอันยาวนานกว่า 3,000 ปีของประเทศเอธิโอเปียนําทํานผ่านพิธีการตรวจเอกสารคนเข้าเมืองและศุลกากรจากนั้นให้ท่านได้อิสระปฏิบัติภารกิจส่วนตัว

      ก่อนออกจากสนามบินสู่ภัตตาคารอาหารเช้า

      07.30 น.

      นำท่านเที่ยวชม กรุงแอดดิส อาบาบา (Addis Ababa) เมืองหลวงแห่งการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศเอธิโอเปีย และปัจจุบันเมืองหลวงแห่งนี้ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่งของทวีปแอฟริกา กรุงแอดดิส อาบาบา ตั้งอยู่บนเชิงเขาทางด้านใต้ของภูเขาเอนโตโต (Mount Entoto)

      นำท่านเดินทางสู่ ภูเขาเอนโตโต (Mount Entoto) เพื่อเก็บภาพความสวยงามของเมืองแอดดิส อาบาบาจากมุมสูง

      ได้เวลานำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสเมสเกล (Meskel Square) และไม่ไกลจากจัตุรัสนัก จะเป็นที่ตั้งของ แอฟริกา ฮอลล์ (Africa Hall) อาคารสำนักงานใหญ่แห่งคณะกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจของสหประชาชาติสำหรับแอฟริกา องค์กรที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1958 อิสระให้ท่านได้เก็บภาพสถานที่สำคัญตามอัธยาศัย

      นำท่านผ่านชม พระราชวังแห่งชาติ (National Palace) หรือมีชื่อเดิมว่า ยูบิลลี พาเลซ (Jubilee Palace) อีกหนึ่งอาคารที่มีความสวยงามมากแห่งหนึ่งของเอธิโอเปีย สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1955 เพื่อเป็นเกียรติแด่ สมเด็จพระจักรพรรดิของซิลเวอร์ ยูบิลลี (Emperor Haile Selassie’s Silver Jubilee) ปัจจุบันใช้เป็นที่พำนักของประธานาธิบดีแห่งเอธิโอเปีย

      รับประทานอาหารเที่ยงที่ภัตตาคารท้องถิ่น

      บ่าย

      ได้เวลานำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเอธิโอเปีย (National Museum of Ethiopia) เป็นอาคาร 3 ชั้น ที่สร้างขึ้นในแบบสไตล์อิตาเลียน ซึ่งภายมีการจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของประเทศ ที่มีมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์

      จากนั้นนำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์วิทยา (Ethnological Museum) อยู่ภายในบริเวณมหาวิทยาลัยแอดดิส อาบาบา แบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ส่วนแรกจัดแสดงเรื่องราวของชนเผ่าต่างๆ ในเอธิโอเปีย มีประมาณ 85 ชนเผ่าทั่วประเทศ ซึ่งมีความเชื่อและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ รวมทั้งการแต่งกายที่แตกต่างกันไปตามถิ่นภูมิภาคต่างๆ นอกจากนี้ยังมีห้องนิทรรศการเกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณีของชาวเอธิโอเปียตั้งแต่เกิดจนถึงตาย รวมทั้งเรื่องของการสู้รบ เกมส์การละเล่น การแต่งกาย ยาและการรักษาแผนโบราณ อาหารการกิน การหาเลี้ยงชีพ การเกษตรกรรม การล่าสัตว์ การประมง เป็นต้น

      ค่ำ รับประทานอาหารค่ําที่ภัตตาคาร

      พักค้างคืน ณ Golden Tulip Addis Ababa 5* หรือเทียบเทํา

    2. Day 2 Lalibela

      วันที่ 13 ตุลาคม 2562

      เช้า รับประทานอาหารแบบกล่อง

      06.00 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินเพื่อเช็คอิน

      08.10 น. ออกเดินทางจากเมืองแอดดิส อาบาบา สู่เมืองลาลิเบลลา โดยเที่ยวบิน ET152 (ใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง)

      09.10 น. เดินทางถึงสนามบินลาลิเบลลา

      นำท่านเดินทางสู่ เมืองลาลิเบลลา (Lalibela) เมืองที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นเยรูซาเล็มแห่งที่สอง เมืองนี้เป็นเมืองสำคัญทางโบราณคดี เพราะมีโบราณสถานสำคัญที่เรียกว่า Rock-Hewn Churches หรือโบสถ์ที่ขุดเจาะเข้าไปในหินหรือเจาะหินทั้งก้อนเพื่อสร้างเป็นโบสถ์ ที่สำคัญคือที่นี่เป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ ซึ่งเป็นนิกายดั้งเดิมเมื่อแรกตั้งที่เยรูซาเล็ม (ต่อมาโรมประกาศแยกตัวไปตั้งนิกายใหม่เป็นโรมันคาทอลิก ซึ่งมีประมุขสูงสุดเพียงองค์เดียวคือ พระสันตะปาปา)

      นำท่านเข้าชม โบสถ์ศิลาแห่งลาลิเบลลา เป็นโบสถ์ที่สร้างขึ้นมาหลายศตวรรษ เป็นสถานที่คริสต์ศาสนิกชน ต่างก็นิยมเดินทางมาเยี่ยมชม จัดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่ ศตวรรษที่ 13 ชาวเอธิโอเปีย สร้างโบสถ์เหล่านี้ด้วยการสกัดหินผา จากหินภูเขาไฟทั้งก้อนขนาดใหญ่ ถ้าแกะสลักหินให้เป็นโบสถ์ออกมาแล้ว จะมีความสูงประมาณ 3 ชั้น ซึ่งโบสถ์ในดินแดนลาลิเบลลา ตั้งอยู่บนความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 2,500 เมตร

      ในเมืองลาลิเบลลา นั้นพบโบสถ์ลักษณะนี้ทั้งหมด 11 แห่ง แต่ละแห่ง มีความแตกต่างกัน และการตกแต่งที่งดงามวิจิตรด้วยการแกะสลัก เป็นยิ่งกว่างานศิลปะที่บอกเล่าเรื่องราว แห่งความเชื่อในศาสนาคริสต์ได้สวยงามและน่าทึ่ง ส่วนใหญ่เป็นสถาปัตยกรรมแบบหอคอยทรงสูง และมีคูน้ำล้อมรอบ

      ในจำนวนโบสถ์ศิลาแห่งลาลิเบลลา ทั้ง 11 แห่งนั้น มีจำนวน 4 หลัง ที่น่าสนใจ คือตั้งเป็นอิสระด้วยการสกัดหินทั้งก้อน โดยไม่มีสิ่งใดค้ำ รอบด้านโปร่ง มีเพียงส่วนฐานเท่านั้นที่ตั้งอยู่บนหินผา และยังได้รับการแกะสลักตบแต่งอย่างประณีต โบสถ์ทั้ง 4 ประกอบด้วย Beta Medhandalem (แปลว่า โบสถ์ของพระเยซูคริสต์), Beta Mariam (แปลว่า โบสถ์พระแม่มารี), Beta Amanuel ( โบสถ์อิมมานูเอล), Beta Ghiorghis (โบสถ์จอห์น) นำท่านเข้าชมโบสถ์ทั้ง 4 หลัง (อาจมีการสลับเปลี่ยนภาคเช้า-บ่าย)

      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

      บ่าย

      นำท่านเข้าชมโบสถ์ อีก 7 หลังที่เหลือสร้างในแบบกึ่งอิสระ Bieta Denagel, Bieta Meskel, Bieta Sina, Bieta Golghotha, Bieta Gabriel and Raphael, Bieta Merquorios, Bieta Abaa Libanos มีเพียงมุมด้านหน้าเท่านั้นที่แกะสลักแยกจากผาหิน นักโบราณคดีส่วนใหญ่เชื่อตรงกันว่า กษัตริย์พระนามว่า “ลาลิเบลลา” มีดำริให้สร้างโบสถ์คริสต์ขึ้น สำหรับโบสถ์แต่ละหลัง คาดว่าใช้เวลาก่อสร้างแล้วเสร็จนานถึง 24 ปี เรามักจะเห็นว่าบ้านเรือนของชาวเอธิโอเบียส่วนใหญ่ทำด้วยดิน แต่ไม่น่าเชื่อว่า โบสถ์แห่งนี้จะสามารถสกัดหินใต้ดิน ออกมาเป็นโบสถ์ได้ จนองค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนเป็นเป็นมรกดโลก ในปี ค.ศ.1978 (UNESCO World Heritage) อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามของโบสถ์หินแต่และแห่งได้ตามอัธยาศัย

      ค่ำ รับประทานอาหารกลางเย็น ณ ภัตตาคาร

      พักค้างคืน ณ Hotel Maribela 4* หรือเทียบเทํา

       

    3. Day 3 Aksum

      วันที่ 14 ตุลาคม 2562

      เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

      08.30 น. นำท่านเดินทางสู่ สนามบินลาลิเบลลา เพื่อเช็คอิน

      10.40 น. ออกเดินทางจากสนามบินลาลิเบลลา สู่ สนามบินอักซุม โดยเที่ยวบิน ET122 (ใช้เวลาบิน 40 นาที)

      11.20 น. เดินทางถึง สนามบินอักซุม

      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

      บ่าย

      นำท่านเที่ยวชม เมืองอักซุม (Axum) ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น 1 ใน 4 เมืองที่ได้รับการจารึกชื่อในประวัติศาสตร์ว่ายิ่งใหญ่ เกรียงไกร เทียบเท่ากับกรุงบาบิโลน โรม และ อิยิปต์ และเป็นเมืองแห่งตำนานของกษัตริย์โซโลมอน (King’s Solomon) และพระราชินีแห่งชีบา (Queen of Sheba)

      จากเอกสารเก่าแก่ของเอธิโอเปีย พระราชินีแห่งชีบามีชื่อว่า มาเกดา (Makeda) พระนางได้ยินข่าวเรื่องความชาญฉลาด ความใจดี สุภาพอ่อนโยน และ คำพูดที่อ่อนหวานยิ่งกว่าน้ำผึ้งที่หวานที่สุด ของกษัตริย์โซโลมอนจากพ่อค้าชาวเอธิโอเปียที่เพิ่งกลับมาจากอิสราเอลที่พูดให้พระนางฟังทุกวัน ทำให้พระนางตัดสินใจเดินทางไปเยรูซาเล็ม หลังจากทดสอบความเก่งของกษัตริย์โซโลมอนแล้ว มาเกดาถึงกับประกาศว่า “ต่อไปนี้ข้าจะไม่บูชาพระอาทิตย์ แต่จะนับถือผู้ให้กำเนิดพระอาทิตย์ ซึ่งก็คือเทพเจ้าแห่งอิสราเอลนั่นเอง” พระนางมาเกดามีความสัมพันธ์กับกษัตริย์โซโลมอน และชาวเอธิโอเปียต่างเชื่อกันว่ากษัตริย์เมเนลิค (Menelik) กษัตริย์องค์แรกแห่งเอธิโอเปีย เป็นพระโอรสในกษัตริย์โซโลมอน ซึ่งติดพระครรภ์ของราชินีแห่งชีบากลับมา

      เมื่อเมเนลิคมีพระชนม์ได้ 22 พรรษา ทรงเดินทางไปหาพระบิดาและได้รับการต้อนรับอย่างดี แต่เมื่อจะเดินทางกลับ มีผู้ร่วมเดินทางผู้หนึ่งได้ขโมยหีบแห่งพันธะสัญญา (Ark of the Covenant) ที่บรรจุแผ่นหินจารึกบัญญัติ 10 ประการ แบบเดียวกับที่พระเจ้าทรงมอบให้โมเสส และได้มีการนำมาไว้ที่เมืองอักซุม (Axum)

      นำท่านเข้าชม เมืองโบราณอักซุม (Historical site of Axum) เมืองโบราณเก่าแก่มีอายุกว่า 2,000 ปี เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรอักซูไมท์ (Aksumite Empire) และเป็นเมืองคริสเตียนแห่งแรกของเอธิโอเปียในราวศตวรรษที่ 4 เชื่อกันว่าเมืองอักซุม เป็นที่เก็บรักษาหีบแห่งพันธะสัญญา

      นำท่านชม โบสถ์เซ็นต์แมรี่ (St. Mary Church) ที่ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่เก็บหีบแห่งพันธะสัญญา (Ark of the Covenant) ตัวโบสถ์ถูกทำลายหลายครั้งทั้งจากไฟไหม้และสงคราม รวมทั้งอาคารที่เชื่อว่าเก็บรักษาหีบแห่งพันธะสัญญาที่อยู่ข้างๆ โบสถ์เก่าก็สร้างขึ้นมาไม่นาน เมืองอักซุมและโบสถ์แห่งนี้ถือเป็นสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด และเป็นที่ที่ชาวคริสต์จะต้องเดินทางมาแสวงบุญ

      เย็น อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

      พักค้างคืน ณ Hotel Yared 3* หรือเทียบเทํา

    4. Day 4 Mekele

      วันที่ 15 ตุลาคม 2562

      เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

      นำท่านเดินทางโดยรถโค้ช สู่ เมืองเมเคเล (Mekele) เป็นเมืองทางตอนเหนือของประเทศเอธิโอเปีย ทางตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลสาบทานา เป็นเมืองหลวงของเขตทิเกรย์ ระหว่างทางท่านจะได้พบกับธรรมชาติแห่ง ภูเขาแอดวา (Adwa Mountain) ซึ่งเป็นสถานที่แห่งประวัติศาสตร์การรบของชาวเอธิโอเปีย เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ชาวเอธิโอเปียสามารถขับไล่การรุกรานจากกองทัพอิตาลีในปี 1896

      นำท่านผ่านชม สนามรบ (Battle Field) บริเวณภูเขาแอดวา จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองยีฮา (Yeha) เมืองโบราณทางตอนเหนือของเอธิโอเปีย ซึ่งจัดเป็นเมืองโบราณอีกแห่งของอาณาจักรอักซูไมท์ (Aksumite Empire)

      นำท่านชม วิหารแห่งเมืองยีฮา (The Temple of Yeha) หรือที่รู้จักในนาม วิหารแห่งดวงจันทร์ (Temple of the Moon) ซึ่งสร้างแบบหอคอยในแบบศิลปะซาเบียน (Sabaean Style) สันนิษฐานว่าสร้างขึ้น 700 ปีก่อนคริสตกาล (700 BC) จากนั้นนำท่านเข้าชมและถ่ายรูปหอคอยโบราณแห่งยีฮา

      เที่ยง รับประทานอาหารที่ภัตตาคารท้องถิ่น

      บ่าย

      นำท่านเดินทางสู่ เมืองวูโคร (Wukro) เมืองเล็กๆทางตอนเหนือของเอธิโอเปีย นำท่านเข้าชมโบสถ์ออโธดอกซ์แห่งเมืองวูโคร (Wukro) สร้างขึ้นประมาณช่วงศตวรรษที่ 18 และยังคงสภาพค่อนข่างสมบูรณ์ โบสถ์หลังนี้ได้ถูกค้นพบสู่สายตาชาวโลกประมาณช่วงก่อนศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นโบสถ์หินอีกแห่งของเอธิโอเปีย

      ได้เวลานำท่านเดินทางต่อสู่เมืองเมเคเล (Mekele)

      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม

      พักค้างคืน ณ Planet International hotel หรือเทียบเท่า

      คืนนี้ท่านต้องแยกสัมภาระส่วนตัวออกเป็น 2 ใบ คือ

      1. ใบใหญ่เก็บไว้ที่โรงแรมเพราะเดี๋ยวเราจะกลับมาที่นี่อีกครั้งในอีก 3 วัน
      2. ใบเล็ก ให้จัดสัมภาระสำหรับการเที่ยว 3 วันที่ Danakil depression เราต้องเก็บบนหลังคนรถจี๊บ โดยจัดไปเฉพาะของจำเป็นที่สุดเท่านั้น
    5. Day 5 Dodum - Erta Ale

      วันที่ 16 ตุลาคม 2562

      เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก

      **** การท่องเที่ยวภูเขาไฟและแอ่งดานาคิล เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด หากมาเอธิโอเปีย แต่การเดินทางจะไม่มีโรงแรมที่พัก ดังนั้นจะพักแบบ camping เท่านั้น แนะนำเตรียม ทิชชู่เปียก ในการเดินทางไปด้วย ในการเดินทางชมสิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 2 แห่ง อาจไม่สะดวกสบายเท่ากับการท่องเที่ยวในเมืองใหญ่ จึงขอให้ท่านเข้าใจความไม่สะดวกสบายในการเดินทาง 3 วันนี้ด้วย ****

      นําท่านขึ้นรถจี๊ป 4X4 พร้อมขบวนคารวานเจ้าหน้าที่ไปดูแลพร้อมอํานวยความสะดวกให้คณะเราเท่านั้นเดินทางสู่ โดดัม (Dodum) ซึ่งเป็นที่ตั้งของเบสแคมป์ก่อนจะไปยังภูเขาไฟถนนแบํงออกเป็น 2 ช่วงช่วงแรกเป็นถนนขนาดใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยทราย ช่วงที่สองเป็นถนนหิน

      เที่ยง รับประทานอาหาร กลางวัน แบบปิคนิค

      นำท่านนั่งรถ 4WD สู่ เมืองคูสราวิท (Kusrawit) จากนั้นท่านจะต้องขี่อูฐเพื่อเดินทางไปยัง เมืองโดโดม (Dodom) เมืองอันเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟ (ทางทัวร์มีการเตรียมอูฐเพื่อขนสัมภาระและเป็นพาหนะสำหรับลูกทัวร์) หรือท่านสามารถเดินไปก็ได้ หากรู้สึกเมื่อยจากการขี่อูฐ (แนะนำให้ท่านเตรียมหมวกปีกกว้าง และ ครีมกันแดด ไปด้วย พร้อมเสื้อผ้าเนื้อบาง เพราะอยู่ในเขตทะเลทราย อากาศจะค่อนข้างร้อน)

      บ่าย

      อูฐจะนำท่านสู่บริเวณพื้นที่สำหรับตั้งแคมป์ในการไปดูทะเลสาบลาวาบน ภูเขาไฟเอร์ตาอาเล (Erta Ale) ในช่วงค่ำ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ไม่ร้อนมากและต้องเดินเท้าเข้าไปดูภูเขาไฟลาวาเดือดได้ในระยะใกล้มาก ให้ท่านได้มีเวลาอิสระเก็บภาพความอลังการและความยิ่งใหญ่ของภูเขาไฟลาวาเดือดได้ในระยะใกล้มากๆ สู่ภูเขาไฟเอเรอตาเล (Erta ale) หรือที่รู้จักกันว่า “ภูเขากรุ่นควัน” ด้วยความสูง 2,011 ฟุต ตั้งอยู่ที่ทะเลทราย Danakil สถานที่ที่ถือว่าร้อนสุดในโลกอยู่ใน Afar มีการปะทุครั้งใหญ่ที่เคยเกิดขึ้นในปี 2005 ได้ทําให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ในแถบนี้ต้องอพยพออกไปตั้งถิ่นฐานที่อื่น และอีกครั้งในเดือนสิงหาคมปี 2007 ผู้คนต้องอพอพออกไปอีกเป็นจํานวนมากส่วนการประทุครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ปี 2008 นับแต่นั้นมาก็ปะทุตลอดเวลา


      เย็น รับประทานอาหาร ณ แคมป์

      18.30 น. เริ่มต้น การเดินทางไปยัง ภูเขาไฟ ในการเดินทางเท้าขึ้นไปหรือขี่อูฐ เพื่อที่จะขึ้นไป ชม Erta Ale แอ่งลาวาอันเดือดดาล ที่ถูกกล่าวขานว่าเป็น “ประตูสู่นรก” ความร้อนสูงถึง 1,100 องศาเซลเซียส และมีการไหลเวียนของลาวาอย่างต่อเนื่องมานานตั้งแต่ปี 1906

      22.30 น. โดยประมาณ คณะเราจะถึงปากปล่องภูเขาไฟ เจ้าหน้าที่จัดเตรียมบริการอาหารที่พักในบริเวณที่ปลอดภัย ให้ท่านได้ชมความงดงามแห่ง ภูเขาไฟเอเรอตาเล (Erta Ale) ใช้เวลาพอสมควรกับความมหัสจรรย์กับครั้งนึงของชีวิตที่ได้มาเยือน ภูเขาไฟก็เหมือนเป็นหน้าต่างมองเข้าไปสู่ใจกลางแกนโลกจึงไม่ต่างอะไรกับการไปท่องเที่ยวที่จุดศูนย์กลางของโลกและความเดือดดาลของแอ่งลาวานี่เองที่เป็นเหตุผลวําทําไมที่นี่จึงถูกเรียกวํา ‘ประตูสู่นรก’เขาเล่าว่า ภูเขาไฟ Erta Ale เป็นภูเขาไฟรูปโล่ชนิดบะซอลต์ ที่มีอยู่เพียง 6 แหํงในโลก

      ได้เวลาอันสมควรนําท่านกลับสู่เต็นท์ที่พัก

    6. Day 6 Hamedella - Danakil depression

      วันที่ 17 ตุลาคม 2562

      เช้า นำท่านเดินทางสู่ปากปล่องภูเขาไฟเอร์ตาอาเลอีกครั้ง (หากท่านใดต้องการเก็บภาพยามเช้าของภูเขาไฟ) อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามของประตูสู่นรกแห่งนี้ ได้อย่างเต็มที่ สมควรแก่นำท่านกลับสู่แคมป์ที่พัก

      รับประทานอาหารเช้าในแคมป์

      นำท่านขึ้น รถจี๊บ 4X4 พร้อมขบวนคารานเจ้าหน้าที่ไปดูแลพร้อมอํานวยความสะดวกให้คณะเราเท่านั้น สู่เมือง ฮาเมเดลล่า (Hamedella) ระหว่างทางผ่าน เมืองเบอฮาล(Berhale) เพื่อผ่านกระบวนการอนุญาติพิเศษสําหรับการเข้าสู่เขตเขต อะฟาร์(Afar) พร้อมรถไกด์และคนคุ้มกันและที่สําคัญ เราจะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทราบว่าจะเดินทางไปยังที่ไหน เพื่อความปลอดภัยนักเที่ยว

      เที่ยง รับประทานอาหาร กลางวัน แบบปิคนิค ณ เมือง เบอฮาล

      จากนั้น เดินทางเข้าสู่ดินแดน เขตอะฟาร์(Afar) นี่คือเรื่องราวของสถานที่สุดมหัศจรรย์แห่งหนึ่งของโลกซึ่งเป็นดินแดนที่ได้ชื่อว่าแห้งแล้งและโหดหินที่สุดโดยเฉพาะเส้นทางที่ไปสู่ชายแดนที่เรียกกันว่า “แอ่งดานาคิล” (Danakil depression) ซึ่งอยูํในพื้นที่ “สามเหลี่ยมอะฟาร์” ที่เต็มไปด้วยพายุฝุ่นทะเลทรายและภูเขาไฟที่ยังไม่มอดดับ ขับรถต่อไปอีกประมาณ 60 กิโลเมตรไป ตลอดเส้นทางท่านจะเห็น คาราวานอูฐที่กําลังขนเกลือไปขายที่เมืองมาเคเล่ จุดที่ลึกที่สุดในทะเลทรายดานาคิลคือ แอ่งดานาคิล มีความลึกประมาณ 100 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งอุตสาหกรรมหลักๆ ในเขตทะเลทรายดานาคิลแหํงนี้ คือ การทําเหมืองเกลืออันมีชื่อเสียงที่ยังใช้การขนสํงโดยคาราวานอูฐเท่านั้น

      นําท่านพบ ชนเผ่าอะฟาร์ (Afar Tribe) “อะฟาร์” ชนเผ่าผู้อาศัยอยู่ในดินแดนแห่งความตายเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในทวีปแห่งแอฟริกา เป็นส่วนหนึ่งของชนเผ่าแอฟริกันที่เก่าแก่ที่สุด ใครจะเชื่อว่า ในดินแดนที่แห้งแล้ง และธรรมชาติแสนจะโหดร้าย จนทํามีคนเรียกที่นั่นว่ามันคือ “ดินแดนแห่งความตาย” กลับยังมีกลุ่มคนเผ่าหนึ่งอาศัยอยู่อย่างทรหดและอดทนไม่หวั่นกลัวต่อธรรมชาติที่พร้อมจะคร่าชีวิตพวกเขาได้ตลอดเวลา ชนเผ่านี้ คือเผ่า “อะฟาร์” ผู้กินนอนกลางทะเลทรายและยึดเป็นบ้านของตนเอง

      เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ที่พัก

      พักค้างคืน ณ Camping in Hamedella ที่พักของเราคณะเจ้าหน้าที่กองคาราวานที่เดินทางมาพร้อมกับเราจะจัดให้เราพร้อมสิ่งอํานวยความสะดวกรวมถึง จัดหาอาหาร

    7. Day 7 Dallol - Mekele

      วันที่ 18 ตุลาคม 2562

      เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก

      นำท่านเดินทางสู่ ดาลลอล (Dallol) เป็นปล่องภูเขาไฟอันลือชื่อ ซึ่งตั้งอยู่ใน แอ่งดานาคิล (Danakil Depression) แอ่งรูปพัดกว้างใหญ่ที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 50 องศาเซลเซียส โดยแอ่งแห่งนี้ตั้งอยู่ใน ทะเลทรายดานาคิล (Danakil Desert) ทะเลทรายที่อยู่ในเขตพื้นของสามเหลี่ยมอะฟาร์ (Afar Triangle) ประเทศเอธิโอเปีย ระดับพื้นดินในบริเวณนี้อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 130 เมตร

      ปัจจุบันดาลลอลได้รับการบันทึกว่าเป็นสถานที่ร้อนที่สุดในโลก (ที่มีมนุษย์ตั้งรกรากอยู่อาศัย) ด้วยอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปี 34 – 50 องศาเซลเซียส ในอดีตเคยมีการสร้างทางรถไฟเข้าไปเพื่อทำเหมืองเกลือ คาดว่ามีเกลือกว่า 5 หมื่นตันที่ขนส่งออกมาผ่านรางรถไฟนี้แต่เหมืองนี้ก็หยุดลงหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ความพยายามเปิดเหมืองใหม่อีกครั้งไม่ประสบผลสำเร็จ และเมื่อจบสงครามโลกครั้งที่สองทางอังกฤษได้รื้อถอนรางรถไฟทั้งหมด บริเวณที่มีการทำเหมืองเกลือคือบริเวณใกล้ภูเขาไฟ Dollol ที่เกิดการระเบิดครั้งสุดท้ายเมื่อปี 1926 โดยจุดที่ลึกที่สุดในทะเลทรายดานาคิลคือ แอ่งดานาคิล ที่มีความลึกประมาณ 100 เมตรจากระดับน้ำทะเล

      ซึ่งอุตสาหกรรมหลักๆในเขตทะเลทรายดานาคิลแห่งนี้ คือ การทำเหมืองเกลือ อันมีชื่อเสียงที่ยังใช้การขนส่งโดยคาราวานอูฐเท่านั้น นำท่านสัมผัสความอัศจรรย์ทางธรรมชาติของแอ่งดานาคิล ซึ่งเป็นแอ่งเกลือที่มีสีสันสวยงามทั้ง เขียว เหลือง แดง อันเป็นผลมาจากกำมะถัน หรือ ซัลเฟอร์ ที่ทำปฏิกิริยา ทำให้บริเวณดังกล่าวเป็นทะเลเกลือหลากสี สวยงามเป็นอย่างยิ่ง ท่านจะได้พบกับกองคาราวานอูฐจำนวนมากที่คอยนำเกลือกลับไปยังเมืองด้านบน ซึ่งเป็นภาพติดต่อของทุกๆท่านที่ได้มาเยือนดานาคิล

      เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง แบบปิคนิค

      จากนั้น นําทํานเดินทางเดินทางกลับยังเมือง เมเคเล่ (Mekele)

      เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

      พักค้างคืน ณ Planet International hotel หรือเทียบเท่า

    8. Day 8 Addis Ababa

      วันที่ 19 ตุลาคม 2562

      เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

      07.00 น. นำท่านเดินทางสู่ สนามบินเมเคเล เพื่อเช็คอิน

      08.55 น. ออกเดินทางจากสนามบินเมเคเล สู่สนามบินแอดดิส อาบาบา

      10.10 น. เดินทางถึงสนามบิน แอดดิส อาบาบา

      กลางวัน อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

      บ่าย

      นำท่านเข้าชม มหาวิหารเซนต์จอร์จ (St. George’s Cathedral) มหาวิหารที่สร้างขึ้นในแบบอาคารทรงแปดเหลี่ยม ยอดหลังคาเป็นโดมทรงกลม ซึ่งออกแบบโดย Sebastiano Castagna และสร้างโดยนักโทษชาวอิตาลี ที่พ่ายแพ้สงคราม ที่ Adwa ในปี 1896 ภายในมหาวิหารมีภาพเขียนฝาผนังด้วยสีสดใส เล่าเรื่องจากคัมภีร์ไบเบิล นักบุญ และประวัติศาสตร์ของเอธิโอเปีย รวมทั้งภาพที่ทำด้วยหินโมเสส (mosaics) ที่ด้านนอกของโบสถ์มีระฆังใบใหญ่ ซึ่งเป็นของขวัญจากพระเจ้าซาร์นิโคลัสแห่งรัสเซียที่ทรงมอบให้กษัตริย์ไฮเล เซลาสซี แห่งเอธิโอเปีย

      จากนั้นนำท่านเข้าชม มหาวิหารโฮลี ตรีนิตี้ (Holy Trinity Cathedral) มหาวิหารนิกายโอโธดอกซ์ ที่เคยได้รับการยกย่องว่าใหญ่ที่สุดในเอธิโอเปีย ซึ่งปัจจุบันมหาวิหารแห่งนี้ยังคงมีความงดงาม และยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงแอดดิส อาบาบาโดยมหาวิหารนั้นสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์เกี่ยวกับการปลดปล่อยจากการยึดครองของอิตาลี ตัวอาคารมียอดโดมกลมใหญ่อยู่เหนืออาคารทรงเหลี่ยม มีหอแหลมอยู่โดยรอบ ภายในเป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์ไฮเล เซลาสซี และของพระราชินี รวมไปถึงพระบรมวงศานุวงศ์องค์อื่น ๆ

      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

      นำท่านเดินทางไปสนามบินนานาชาติ Bole International airport เพื่อเตรียมตัวกลับเมืองไทย

    9. Day 9 Addis Ababa - Bangkok

      วันที่ 20 ตุลาคม 2562

      00.05 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดย สายการบิน เอธิโอเปียน แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ ET 608 (ใช้เวลาบิน 8 ชั่วโมง)

      13.15 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

     เงื่อนไขการจองทัวร์

    1. บริษัทฯ จะขอเรียกชําระค่ามัดจําการจอง เป็นเงินท่านละ 10,000 บาท
    2. เมื่อท่านตกลงเดินทางกับทางบริษัทฯ ระยะเวลา 4 เดือนก่อนเดินทาง หรือ ตามวันที่ระบุ (ถ้ามี) ต้องชําระเงินค่าจองทัวร์ 50% ตามที่โปรแกรมระบุ หรือชําระเต็มจํานวน โดยโอนเข้าบัญชีธนาคารตามที่ระบุไว้ แล้ว Email หลักฐานดังกล่าวมา ทางอีเมล์ที่ [email protected] ทางบริษัทฯ จะจัดส่งใบเสร็จรับเงินกลับไปยังท่าน
    3. ชําระเงินค่าทัวร์ส่วนที่เหลือก่อนการเดินทาง 60 วัน หรือตามที่ระบุในโปรแกรมโดยโอนเข้า บัญชีเช่นกัน และท่านจะได้รับใบเสร็จรับเงินและแจ้งยืนยันการเดินทาง
    4. ขอสงวนสิทธิ์การจองให้ท่านที่ชำระค่ามัดจำเข้ามาแล้วเท่านั้น บริษทขอสวนสิทธิ์การคืนเงินให้กับลูกค้าและยกเลิกการเดินทางของลูกค้า ในกรณีที่ลูกค้ามัดจำส่วนที่เหลือล่าช้ากว่ากำหนด

    วิธีการจองทัวร์ : Booking

    1. ติดต่อกลับมาที่บริษัท โทร  096 -640 4534 วันจันทร์ – เสาร์ เวลา 12:00-20:00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 12:00-19:00 น. พื่อทําการจองกับเจ้าหน้าฝ่ายขาย และ สอบถามข้อมูล
    2. ส่งข้อมูลของท่านมาที่อีเมล์  [email protected]

    การชําระเงินโดยผ่านบัญชีธนาคาร

    ชําระโดยโอนเงินผ่านบัญชี ที่ระบุนี้ เท่านั้น

    กรุณาโอนเงิน เข้าบัญชี (โปรดสอบถามข้อมูลก่อนการโอน)

    เมื่อท่านโอนเงินแล้ว กรุณส่งหลักฐานการโอนเงินมาที่ Email : [email protected] จะ ถือว่าการจองสมบูรณ์ และบริษัทฯจะส่งใบเสร็จให้ท่านต่อไป (กรณีต้องการใบกํากับภาษี กรุณาแจ้งก่อนการชําระเงิน)

    ชําระเงินที่บริษัทฯ โดยเงินสด ,เช็คธนาคาร, บัตรเครดิต

    ( กรณีชําระโดยบัตรเครดิต บริษัทฯ ชาร์ท 3 %)

    การยกเลิกการจองและการเดินทาง

    ยกเลิกทัวร์ใดๆ หลังจากการจองสมบูรณ์แล้ว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าธรรมเนียม อย่างน้อยท่านละ 5,000 บาท และค่าใช้จ่ายที่ดําเนินการไปแล้ว เช่น ค่าธรรมเนียมวีซ่า, ตั๋วเครื่องบิน เป็นต้น

    • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 60 วัน คืนค่าบริการทั้งหมด (ยกเว้นค่ามัดจำกับทางสายการบินและค่าจองโรงแรมที่พักที่ได้เกิดขึ้นและชำระแก่ปลายทางไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว)
    • ยกเลิกทัวร์ภายใน 60-45 วัน ก่อนการเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์ในการยึดเงินมัดจำงวดแรก
    • ยกเลิกทัวร์ภายใน 45 วัน ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธ์ในการคืนเงินทั้งหมด
    • หากถูกปฏิเสธการเข้าเมือง ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทั้งหมด

    หมายเหตุ

    1. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจําเป็น สุดวิสัยจนไม้อาจแก้ไขได้ และจะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียและ / หรือ เกิด อุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของตัวนักท่องเที่ยวเอง ซึ่งนอกเหนือความรับผิดชอบ ของหัวหน้าทัวร์และเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น ความล่าช้าจากสายการบิน การนัดหยุด งาน ภัยธรรมชาติ การจลาจลต่างๆ
    2. เนื่องจากรายการท่องเที่ยวนี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์ใช้บริการใดๆ ตาม รายการ อาทิ ไม่เที่ยวบางรายการ ไม่ทานอาหารบางมื้อ หรือไม่ร่วมในกิจกรรมใดๆ ก็แล้วแต่ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่าบริการบางส่วนให้แก่ท่าน เพราะเหตุ ค่าใช้จ่ายทุก อย่างทางบริษัทฯ ได้ชําระล่วงหน้าให้ตัวแทนต่างประเทศแบบเหมาขาดก่อนออกเดินทางเป็น เรียบร้อยแล้ว
    3. เนื่องจากเป็นการเดินทางไปทัวร์ต่างประเทศ หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าประเทศ หรือออก นอกประเทศ บริษัทฯไม่สามารถ คืนเงินค่าทัวร์บางส่วน หรือทั้งหมดไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
    4. บริษัทฯ มีความยินดีที่จะรับลูกค้าที่มีจุดประสงค์เพื่อเดินทางท่องเที่ยวโดยเจตนาบริสุทธิ์ และปราศจากเจตนาแอบแฝงเพื่อหลบหนี / เลี่ยงเข้าประเทศ

    แอ่งดานาคิล หรือ Danakil “สิ่งที่ต้องรู้”

    • ที่นี่คือหนึ่งในสถานที่ๆแร้นแค้นที่สุดในโลก เป็นที่ๆอากาศร้อนที่สุดในโลกที่ยังมีมนุษย์อาศัยอยู่อย่างถาวร
    • อุณหภูมิตอนกลางวันอาจจะสูงได้ถึง 50 องศาเซลเซียส และตอนกลางคืนก็ยังสูงถึง 30 องศาเซลเซียสได้
    • ที่นี่แทบไม่เคยมีฝนตกเลย เพราะฉะนั้นเราแทบจะไม่เห็นต้นไม้
    • ที่พักในวันแรก คือการนอนกลางแจ้ง ย้ำว่า กลางแจ้งนะครับ
    • ระหว่างที่เราเดินทางอยู่ในดานาคิล เราจะมีทหารที่ถืออาวุธสงครามจริงๆเป็นผู้ดูแลเราตลอดกลุ่ม เนื่องจากบริเวณนี้เป็นพื้นที่ๆเคยมีปัญหาด้านความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านคือเอริเทรีย การมีทหารประกบภายในกลุ่มคือข้อบังคับจากรัฐบาลกลาง

    ถ้าท่านคิดว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับตัวท่านในการเดินทางมาดูสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่นี่ ขอให้อ่านต่อไปครับ

    ทางเรา Patourlogy ได้ตระหนักถึงปัญหาด้านบนอย่างดี และได้ออกแบบการเดินทางให้มีความสบายมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ณ เวลาปัจจุบัน โดยสิ่งที่ท่านจะได้รับจากทัวร์ของเราคือ

    1. การเดินทางทั้งหมดเป็นกรุ๊ปส่วนตัว (private) ของเราเองเท่านั้น เท่ากับจะไม่เกิน 16 ท่าน หรือจำนวนผู้ที่ไป ณ เวลานั้นๆ ไม่มีการจอยกับผู้อื่น (โดยปกติกลุ่มของนักท่องเที่ยวจะอยู่ที่ประมาณ 30-60 คนต่อกลุ่ม)
    2. รถจี๊บ 4WD ที่ใช้ในทริปนี้ เป็นรถใหม่ที่แอร์เย็นสบายตลอดทาง (โดยต้องคิดถึงเสมอว่าอาจจะไม่เย็นแบบในบ้านเรานะครับ) 1 คันจะนั่ง 4 คนครับ
    3. สำหรับอุปกรณ์การนอนทั้งหมด เช่น ฟูกปูนอน อุปกรณ์แคมป์ปิ้งทุกอย่าง จาน ชาม ช้อน อาหาร วัตถุดิบต่างๆ ทางเรานำมาจากเมืองหลวงแอดดิส อบาบา ทั้งหมด เพื่อให้เป็นของที่ใหม่อยู่เสมอ และไม่มีการแชร์ใช้ร่วมกับนักท่องเที่ยวก่อนหน้านี้อย่างเด็ดขาด (ปกติทั่วไปจะใช้อุปกรณ์เหล่านี้จากเมือง Mekele ซึ่งจะเป็นของเก่าที่ผ่านการใช้มาอย่างโชกโชน)
    4. สำหรับวัตถุดิบด้านอาหารเช่นเดียวกัน ทางเราจะเตรียมสิ่งที่หลากหลายที่สุด และเป็นการรับประทานแบบ private ร่วมกันเฉพาะภายในกลุ่มเราเท่านั้น อาหารจะเป็นเช่น เส้นสปาเก็ตตี้ มัน ข้าว ถ้าท่านเป็นผู้ที่รับประทานอาหารยากการเตรียมมาม่ามาเป็นสิ่งที่ดี
    5. ที่พักทุกที่ในดานาคิล จะเป็นส่วนตัวของเราเท่านั้น
    6. นอกจากนี้ โรงแรมที่พักทุกคืนในเอธิโอเปีย เราจัดให้ท่านพักในโรงแรมที่ดีที่สุดของเมืองในเวลานั้นๆ ซึ่งมีตั้งแต่ 3-5 ดาว แล้วแต่เมืองครับ

    ภาพด้านล่างนี้คือ ภาพบรรยากาศของการกินอยู่ที่ดานาคิล

    ระหว่างการรับประทานอาหารเที่ยงระหว่างทาง ทางทีมงานท้องถิ่นจะนำโต๊ะ เก้าอี้ ผ้าปู มาจัดเตรียมไว้ให้ และทำอาหารใหม่ให้ท่านได้รับประทาน ณ เวลานั้น โดยพื้นที่ส่วนนี้จะเป็นแบบส่วนตัวเฉพาะกลุ่มของเราเท่านั้น

    อุปกรณ์เครื่องนอนที่นำตรงมาจากแอดดิส อบาบา เพื่อความสะดวกสบายที่สุด

    พาหนะที่ใช้ตลอดการเดินทางในดานาคิล

    ช่วงเวลาของการรับประทานอาหารเย็นที่หมู่บ้าน Abala

    สภาพการนอนภายในดานาคิล จะเป็นการวางฟูกบนเตียงไม้ที่อยู่นอกบ้าน โดยฟูกและถุงนอนนำมาจากแอดดิส อบาบา

    Overall Rating
    0/5

    LEAVE YOUR COMMENT