ทัวร์ทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรีย (Trans-Siberians Railway) - Patourlogy
59644124_1064497553754584_2289717782134128640_o

ทัวร์ทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรียแห่งรัสเซีย (Classic Trans-Siberian railway) ทางรถไฟแห่งความฝัน

from ฿140,000

เดินทางสู่เส้นทางรถไฟสายที่คลาสสิคที่สุดในโลก ระยะทาง 9,258 กิโลเมตร แวะผ่าน 5 เมืองชัยภูมิสำคัญ

  • Reviews 0 Reviews
    0/5
  • Vacation Style Holiday Type
      Discovery, History
    • Activity Level Leisurely
      1/8
    • Group Size Medium Group
      16
    All about the ทัวร์ทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรียแห่งรัสเซีย (Classic Trans-Siberian railway) ทางรถไฟแห่งความฝัน.

    ยินดีต้อนรับสู่การเดินทางในเส้นทางรถไฟแห่งความฝัน

    ขบวนรถไฟที่เต็มไปด้วยเรื่องราวต่างๆและคลาสสิคที่สุดของมวลหมู่นักเดินทาง

    เที่ยวกันแบบจุใจกว่า 15 วัน เดินทางผ่านไปกับ ประเทศรัสเซีย รวมระยะทางเกือบ 10,000 กิโลเมตร

    เริ่มต้นตั้งแต่เมืองท่าวอดิโวสต๊อกไปจบที่จัตุรัสแดงอันเป็นหมุดหมายสุดท้ายของทางรถไฟที่กรุงมอสโคว ประเทศรัสเซีย

    ถ้าเวลาพร้อมแล้ว โอกาสอยู่ตรงหน้า เราจะพลาดไปได้อย่างไร

    แผนและรายละเอียดการเดินทาง (pdf) >>

    ราคาท่านละ 140,000 บาท (รวมทุกอย่างแล้ว)

     

    The tour package inclusions and exclusions at a glance
    What is included in this tour?Items that are included in the cost of tour price.

    ค่าตั๋วเครื่องบินเดินทางไปกลับ ชั้น economy class ตามที่ระบุไว้

    ค่าโรงแรมที่พักที่ระบุในรายการ / ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในรายการ

    ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ

    ค่าประกันการเดินทางของ บริษัท เอ ดับเบิลยู พี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) แบบ Oasis Leisure คุ้มครองการสูญเสียชีวิต/อวัยวะจากอุบัติเหตุ สำหรับผู้เอาประกันภัยอายุมากกว่า 16 ปีน้อยกว่า 75 ปี ไม่เกิน 4,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศไม่เกิน 2,500,000 บาท ทั้งนี้ครอบคลุมถึงสุขภาพที่ไม่ได้เกิดจากโรคประจำตัว ท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากกรมธรรม์

    สำหรับสายการบิน S7 Airline  อนุญาตให้โหลดกระเป๋าใต้เครื่อง กระเป๋า 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 23 กิโลกรัม และสามารถถือสัมภาระขึ้นเครื่องได้น้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม  ขนาดยาวไม่เกิน 50 cm สูงไม่เกิน 40 cm กว้างไม่เกิน 20 cm การเรียกค่าระวางน้ำหนักเพิ่มเป็นสิทธิของสายการบินที่ท่านไม่อาจปฏิเสธได้

    What is not included in this tour?Items that are not included in the cost of tour price.

    ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % (กรณีต้องการใบกำกับภาษี)

    ค่าทิปโดยเฉลี่ย 3 USD/ท่าน/วัน

    ค่าน้ำหนักกระเป๋าในกรณีน้ำหนักกระเป๋าเกินกว่ากำหนด

    ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ค่าน้ำดื่ม, ค่าเครื่องดื่มในห้องพักและค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพัก ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหาร นอกเหนือจากที่ทางบริษัทฯ จัดให้ ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

    1. Day 0 กรุงเทพฯ – วลาดิวอสตอก

      วันที่ 25 สิงหาคม 2562

      18.40

      พร้อมกัน เคาน์เตอร์เช็คอิน สายการบิน S7 (หมายเลขเคาน์เตอร์ที่แน่ชัดจะแจ้งให้ทราบในวันเดินทาง)

      21.10

      สายการบิน S7 เที่ยวบินที่ S7-542 พาท่านเหินฟ้าออกเดินทางสู่วลาดิวอสตอค

       

    2. Day 1 วลาดิวอสตอก – ดาวน์ทาวน์ - พิพิธภัณฑ์ต่างๆ

      วันที่ 26 สิงหาคม 2562

      07.00

      สายการบิน S7 นำท่านลงจอดสู่ ท่าอากาศยานวลาดิวอสตอค คเนียวิชี่

      10.00

      เริ่มโปรแกรม City tour เข้าชม พิพิธภัณฑ์เรือดำน้ำ S-56 เรือดำน้ำชั้นสตาลิน (Srednaya – ขนาดกลาง)

      ที่เคยเข้าประจำการในกองทัพเรือโซเวียตและเคยเข้าร่วมรบในสมรภูมิแอตแลนติกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนที่จะปลดประจำการในปี 1955 และแปลงสภาพเป็นพิพิธภัณฑ์เรือดำน้ำาในปี 1975 จากนั้นชมซุ้มประตูนิโคลัสที่เป็นซุ้มรับเสด็จซาเรวิชนิโคลัส (ซึ่งต่อมาคือซาร์นิโคลัสที่ 2) ในวโรกาสที่พระองค์เสด็จเปิดเส้นทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรีย

      ขึ้น จุดชมวิว Eagle Nest ที่สามารถเก็บภาพมุมกว้างอ่าว Golden Horn และสะพานแขวน Golden Bridge แลนด์มาร์คสำคัญของเมืองอันเปรียบได้กับสะพาน Golden Gate ของเมืองซานฟรานซิสโกในสหรัฐอเมริกา

      13.00

      รับประทานอาหารกลางวัน ร้านอาหารทะเล

      15.00

      เข้าชม พิพิธภัณฑ์แห่งชาติมณฑลปรีโมร์สกี้ อาร์เซนีเยฟ (Arseniev Museum) ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของภูมิภาคตะวันออกไกลทั้งด้านประวัติศาสตร์และธรรมชาติ

      เดินชม ย่านมิลลิโอนก้า (Millionka Quarter) ซึ่งเป็นย่านเมืองเก่าดั้งเดิม เคยเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของกรรมกรชาวจีนและกลายเป็นแหล่งเสื่อมโทรมของเมืองจนกระทั่งในยุคทศวรรษที่ 1930 ที่ทางการโซเวียตกวาดล้างและกำจัดแหล่งเสื่อมโทรม ปัจจุบันเหลือเพียงอาคารอิฐแดงในยุคกลางศตวรรษที่ 19 เป็นอนุสรณ์และปิดท้ายด้วยสถานีรถไฟวลาดิวอสตอค หลักกิโลเมตรที่ 9288 หมุดกิโลเมตรสุดท้ายปลายทางเส้นทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรีย อุ่นเครื่องก่อนออกเดินทางจริง

      18.30

      รับประทานอาหารเย็น ร้านอาหารท้องถิ่นและนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Azimut Vladivostok หรือเทียบเท่า

    3. Day 2 วลาดิวอสตอก - บังเกอร์ลับ KGB - ป้อมกองทหารปืนใหญ่วาราชิโลฟ

      วันที่ 27 สิงหาคม 2562

      10.00

      เช็คเอาต์พร้อมสัมภาระ ออกเดินทางไปยัง กองบัญชาการตำรวจลับ KGB (ex-NKVD)  หรือชื่อเต็มคือคณะกรรมการประชาชนว่าด้วยความมั่นคงแห่งรัฐซึ่งตั้งอยู่ในบังเกอร์ใต้ดินใจกลางเมืองและเป็นที่ประชุมลับของคณะกรรมกลางของพรรคคอมมิวนิสต์ภูมิภาคตะวันออกไกลและเคยเป็นที่สอบสวนนักโทษการเมืองเมื่อในอดีต

      13.00

      รับประทานอาหารกลางวัน

      14.00

      ออกเดินทางไปยังเกาะรัสเซียโดยข้าม สะพานแขวนรุสกี้ ซึ่งเป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก สร้างแล้วเสร็จในปี 2012 รับการประชุม APEC ที่วลาดิวอสต็อกเป็นเจ้าภาพ นำท่านชมกองทหารปืนใหญ่วาราชิโลฟที่ตั้งขึ้นในช่วงต้น

      ศตวรรษที่ 20 กาลครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อเป็นป้อมปืนใหญ่ทางทะเลที่ทรงอานุภาพมากที่สุดของโลกเมื่อครั้งดินแดนแถบนี้ยังมีความเสี่ยงกับภัยคุกคามของจักรวรรดิญี่ปุ่น ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเก็บภาพบรรยากาศกับอนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์เหล่านี้ ได้

      18.20

      เดินทางถึงสถานีรถไฟวลาดิวอสต็อก เตรียมความพร้อมเดินทางไกลด้วยรถไฟ

      19.00

      ขบวนรถไฟที่ 007N ออกเดินทางจากสถานีรถไฟวลาดิวอสตอค และรับประทานอาหารบนรถไฟ

    4. Day 3,4 ขบวนรถไฟ 007N

      วันที่ 28 สิงหาคม 2562

      ใช้ชีวิตบนรถไฟ โดยในวันนี้ เวลา 09.54 – 10.34 รถไฟจะแล่นเข้าจอด เมืองฆาบารอฟสก์ (Khabarovsk) เมืองเอกแห่งภูมิภาคตะวันออกไกลลุ่มแม่น้ำอามูร์ (Amur River) แม่น้ำที่กั้นพรมแดนระหว่างรัสเซียและจีน และยังจอดแวะเมืองเล็ก อื่น เป็นระยะ

      *** ที่พักและอาหารสามมื้อบนขบวนรถไฟ ***

       

      วันที่ 29 สิงหาคม 2562

      ใช้ชีวิตบนรถไฟ รถไฟแล่นผ่านและจอดพักเมืองเล็ก รายทาง เป็นระยะ

      *** ที่พักและอาหารสามมื้อบนขบวนรถไฟ ***

    5. Day 5 ขบวนรถไฟ 007N - สถานีรถไฟอิร์คุตสก์

      วันที่ 30 สิงหาคม 2562

      ใช้ชีวิตบนรถไฟวันสุดท้ายก่อนลงสถานีปลายทาง (ขั้นแรก) วันนี้เวลา 14.25-14.50 รถไฟจะแล่นเข้าจอด สถานีรถไฟอูลานอูแด (Ulan-Ude) เมืองหลวงของสาธารณรัฐปกครองตนเองบูเรียเทียแห่งรัสเซีย เป็นชุมทางรถไฟที่สายทรานส์ไซบีเรียจากวลาดิวอสตอกมารวมกับสายทรานส์มองโกเลียที่มาจากปักกิ่งและอูลานบาตอร์ โดยรถจะจอดแวะพัก 25 นาที

      22.35

      ขบวนรถไฟที่ 007 N เดินทางถึงสถานีอิร์คุตสก์ (Irkutsk) พบกับคณะมัคคุเทศก์ท้องถิ่นชาวไซบีเรีย เดินทางเข้าที่พัก

      พักผ่อนตามอัธยาศัยหลังจากเดินทางไกล

    6. Day 6 อิร์คุตสก์ - ลิสต์เวียนกา

      วันที่ 31 สิงหาคม 2562

      9.00

      ออกเดินทางไปยัง ตำบลลิสต์เวียนกา (Listvyanka) แหล่งชุมชนที่ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำอังการาและริมทะเลสาบไบคาล (เดินทาง 1 ชม. เศษ)

      เข้าชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งตัลซึย (Taltsy Folk-Architectural Museum) พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่รวบรวมสถาปัตยกรรมของสิ่งก่อสร้างต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน เรือนที่พัก หรือ ป้อมไม้ ตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 18 ถึง 20

      เข้าชม พิพิธภัณฑ์ไบคาล (Baikal Museum) พิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับระบบนิเวศวิทยาอันเป็นเอกลักษณ์ของทะเลสาบ ไม่ว่าจะเป็นปลาโอมุลหรือแมวน้ำไบคาล

      13.00

      รับประทานอาหารกลางวัน

      14.00

      นำท่านสู่ ยอดเขาเชียร์สกี้ ยอดเขาซึ่งตั้งชื่อตามนักธรณีวิทยาผู้ทำการสำรวจทะเลสาบไบคาล โดยมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 742 เมตร ด้วยวิธีการนั่งกระเช้าสกีขึ้นไปด้านบน แวะพักดื่มกาแฟร้อนๆตามอัธยาศัยที่คาเฟ่ด้านบน จากนั้นไปเก็บภาพบริเวณศาลาชามานยอดเขาซึ่งจะเห็นวิวปากแม่น้ำอังการา ทะเลสาบไบคาล และเทือกเขาฝั่งบูเรียเทียอยู่ไกลๆได้อย่างชัดเจน

      เย็น

      เดินทางกลับ อิร์คุตสก์ (Irkutsk) แวะเดินอิสระและช้อปปิ้งของที่ระลึกและสินค้าพื้นถิ่นที่ ย่าน 130 ย่านที่เป็นแหล่งรวมห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาเก็ต ร้านรวง ร้านอาหาร คาเฟ่และร้านกินดื่มต่าง เปรียบดังสยามสแควร์ของกรุงเทพ จากนั้นกลับที่พัก

      19.30 .

      รับประทานอาหารเย็น ภัตตาคารจีน จากนั้นพักผ่อนตามอัธยาศัยที่โรงแรม Angara หรือเทียบเท่า

    7. Day 7 อิร์คุตสก์ - ดาวน์ทาวน์ - พิพิธภัณฑ์แมวน้ำ

      วันที่ 1 กันยายน 2562

      เช้า

      พาท่านท่องเมืองอิร์คุตสก์ (Irkutsk) ที่มีอายุมากกว่าสามร้อยปี เป็นหัวเมืองสำคัญบนเส้นทางการค้า เส้นทางสายไหมทางเหนือระหว่างรัสเซีย จีน มองโกลและชนเผ่าต่างๆในไซบีเรียและภูมิภาคตะวันออกไกล ก่อตั้งโดยนายทหารรับจ้างของพระเจ้าซาร์ มาบุกเบิกดินแดนในภาคตะวันออกไกลและมาแสวงหาโชคและโอกาสในดินแดนใหม่

      แวะชมกลุ่มโบสถ์สามพี่น้องที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของคหบดีชาวอิร์คุตสก์ซึ่งต่างคนต่างบ่างความมั่งคั่งมาช่วยกันสร้างโบสถ์ตามศรัทธา

      ชม ลานเพลิงนิรันดร สร้างเป็นอนุสรณ์แก่เหล่าทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่สอง

      ชม อนุเสาวรีย์โปคาบอฟ นายทหารรับจ้างผู้บุกเบิกดินแดนตะวันออกไกล โดยสร้างป้อมเล็กๆขึ้น ต่อมาพัฒนากลายเป็นเมืองอิร์คุตสก์

      ชม ประตูมอสโก สัญลักษณ์การเริ่มต้นทางหลวงสู่มอสโก (เส้นอดีต) ที่สร้างขึ้นแทนของเก่าที่ถูกทำลายไปเนื่องจากผุพังตามกาลเวลา

      ชม วิหารสนาเมนสกี้ อารามของสงฆ์และชีแห่งนิกายออร์โธด็อกซ์ประจำเมืองอิร์คุตสก์

      ชม อนุสาวรีย์จอมพลเรือคัลชัก วีรบุรุษผู้สำรวจขั้วโลกก่อนที่จะพลิกผันมาเป็นผู้นำรัฐบาลรัสเซียขาวหลังราชวงศ์โรมานอฟถูกโค่นล้มและพ่ายแพ้แก่กองทัพแดงในที่สุด ชมบ้านยุโรป พิพิธภัณฑ์และโรงแรมที่เป็นบ้านทรงดั้งเดิมตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 19 เคยถูกใช้เป็นสำนักงานกงสุลของชาติต่างๆ

      เที่ยง

      รับประทานอาหารกลางวัน ภัตตาคารในเมือง

      บ่าย

      พาท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์แมวน้ำไบคาล ที่เป็นเสมือนศูนย์อนุรักษ์พันธุ์แมวน้ำท้องถิ่น โดยท่านจะได้รับชมการแสดงแมวน้ำที่น่ารักแสนรู้จนต้องยกนิ้วให้ (งดถ่ายรูปบริเวณจุดแสดง) ท่านสามารถซื้อตั๋วเพื่อเข้าไปร่วมถ่ายรูปกับน้องอุ๋ง อย่างใกล้ชิดได้ที่บริเวณที่จัดไว้ให้หลังสิ้นสุดการแสดงและสมทบทุนค่าเลี้ยงดูแลแมวน้ำไดด้วยการอุดหนุนของที่ระลึกของพิพิธภัณฑ์ จากนั้นนำท่านไปยังสถานีรถไฟอิร์คุตสก์

      16.39

      ขบวนรถไฟที่ 069Ch แล่นออกจากสถานีรถไฟอิร์คุตสก์

    8. Day 8,9 Train 069 (Irkutsk ไป Yekaterinburg)

      วันที่ 2 กันยายน 2562

      ใช้ชีวิตบนรถไฟ โดยวันนี้เวลา 10.02 – 10.44 .รถไฟจะแล่นเข้าจอดพักที่สถานี เมืองกราสโนยาร์สก์ (Krasnoyarsk) เมืองหลวงอุตสาหกรรมแห่งไซบีเรีย ตั้งอยู่บน แม่น้ำเยนิเซย์ (Yenisey) ติดอันดับหนึ่งในแม่น้ำที่ยาวที่สุดในโลก โดยจะจอดแวะพัก 42 นาที

       

      วันที่ 3 กันยายน 2562

      ใช้ชีวิตบนรถไฟเป็นวันสุดท้าย ก่อนลงที่สถานีปลายทาง (ขั้นที่สอง) วันนี้เวลา 00.06 – 01.09 . รถไฟจะแล่นเข้าจอดพัก สถานี เมืองโนโวซีบีร์สก์ (Novosibirsk) เมืองหลวงแห่งไซบีเรียและเมืองใหญ่อันดับสามของรัสเซียรองจากมอสโกและเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก ตั้งอยู่บนแม่น้ำอ็อบ (Ob) หนึ่งในแม่น้ำที่ติดโผยาวที่สุดในโลก โดยรถไฟจะจอดพัก 1 ชม. 3 นาที

      22.00

      ถึงสถานีรถไฟ เมืองเยคาเทรินเบิร์ก (Yekaterinburg) พบกับมัคคุเทศก์ท้องถิ่นที่จะคอยอำนวยความสะดวกให้คณะตลอดเวลาที่เราอยู่ที่เมืองนี้

      เข้าพักที่พัก รับประทานอาหารเย็น

      จากนั้นพักผ่อนตามอัธยาศัยที่โรงแรม Novotel Yekaterinburg  หรือเทียบเท่า

    9. Day 10 เยคาเทรินเบิร์ก - พรมแดนทวีปเอเชีย-ยุโรป - บ้านอิปาเทียฟ

      วันที่ 4 กันยายน 2562

      08.00

      รับประทานอาหารเช้า

      9.00

      เดินทางไปชม อนุสาวรีย์โอเบลีสก์ (Obelisk) อนุสาวรีย์ที่แสดงจุดที่เป็นรอยต่อทวีปยุโรปและเอเชียซึ่งใช้เทือกเขาอูราลเป็นหมุดหมายทางธรรมชาติ ห่างออกไปจากตัวเมืองราว 20 กม.

      11.00 .

      พาท่านชม กานินา ยามา (Ganina Yama) ศาสนสถานอีกแห่งหนึ่งซึ่งสร้างอุทิศแด่พระบรมวงศานุวงศ์ที่ถูกฝ่ายบัลเชวิกปลงพระชนม์ โดยหลังเกิดเหตุได้มีการนำพระบรมศพและพระศพมาจาก บ้านอิปาเทียฟ (Ipatiev House) ทิ้งไว้ ป่าแห่งนี้และได้มีการทำลายศพเพื่ออำพรางคดี แต่ด้วยความรีบร้อนศพจึงถูกทำลายไม่หมดและเหลือชิ้นส่วนไว้จนกระทั่งนักวิทยาศาสตร์รุ่นหลังมาพบเจอและพิสูจน์ได้ว่านี่คือเชื้อพระวงศ์ที่ถูกสังหาร จากนั้นกลับเข้าเมือง

      13.00 .

      รับประทานอาหารกลางวัน

      หลังมื้อกลางวันช่วงบ่าย ชม วัดหยดเลือด (Temple on Spilled Blood) ที่สร้างอุทิศให้กับบรรดาสมาชิกราชวงศ์โรมานอฟที่ถูกปลงพระชนม์หมู่โดยบรรดาฝ่ายบัลเชวิกภูมิภาคอูราลท่ามกลางข่าวลือว่าฝ่ายรัสเซียขาวจะสนธิกำลังกันบุกเข้ามาชิงตัวพระบรมวงศานุวงศ์ช่วงสงครามกลางเมืองรัสเซียหลังการปฏิวัติรัสเซียบนบ้านอิปาเทียฟ (Ipatiev House) หลังเดิมที่เป็นสถานที่เกิดเหตุเที่ยวในเมือง จากนั้นอิสระให้ท่านได้เดินเล่นอำลาเมืองหลวงแห่งอูราลแห่งนี้ก่อนที่จะขึ้นรถไฟขบวนที่ 139

      18.17 .

      รถไฟขบวนที่ 139 ออกเดินทางจากสถานีรถไฟเยคาเทรินเบิร์ก

       

    10. Day 11 ขบวนรถไฟที่ 139 – สถานีรถไฟคาซาน – บุลการ์

      วันที่ 5 กันยายน 2562

      05.16

      ขบวนรถไฟมาถึงสถานีรถไฟ เมืองคาซาน (Kazan) พบกับคณะมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและเดินทางเข้าที่พัก

      Refresh ร่างกายให้สดชื่นแล้วไปรับประทานอาหารเช้า

      09.30 .

      ออกเดินทางสู่นครเก่าตาตาร์แห่ง บุลการ์ (Bulgar) (เดินทางราวเกือบ 3 ชม.)

      12.30 .

      รับประทานอาหารกลางวัน

      13.30 .

      ชม นครเก่าบุลการ์ (Bulgar) ซึ่งเคยเจริญรุ่งเรืองเป็นราชธานียนเนินริมฝั่งแม่น้ำโวลกาแห่งโวลกาบอลกาเรียตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 จวบจนศตวรรษที่ 15 ที่นครหลวงแห่งนี้ ได้กลายมาเป็นศูนย์กลางของบรรดานครรัฐของ รัฐข่านกระโจมทอง (Golden Horde) อดีตจักรววรดิมองโกลที่เคยยิ่งใหญ่ และได้ทำศึกแย่งชิงความยิ่งใหญ่กันเองในหมู่อารยธรรมชนเผ่าบนหลังม้า ก่อนที่จะโดนยึดครองโดยรัสเซียหลังจากที่รัสเซียทำสงครามชนะอย่างเด็ดขาดต่อรัฐข่านแห่งคาซานเปิดทางให้รัสเซียบุกเบิกขยายดินแดนออกไปอย่างกว้างใหญ่ไพศาลดังเช่นทุกวันนี้ ในสมัยซาร์ปีเตอร์มหาราช มีดำริให้มีการออกกฎหมายที่คุ้มครองและรักษาสถานที่ประวัติศาตร์เป็นฉบับแรกๆ โดยในบริเวณนี้ ประกอบไปด้วย หอคอยใหญ่ หอคอยน้อย อาคารขาว อาคารดำ สุสานข่าน เป็นต้น ที่สำคัญได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2014

      16.30 .

      เดินทางกลับคาซาน (เดินทางราว 3 ชม.)

      19.30 .

      รับประทานอาหารค่ำ ภัตตาคารในเมืองและกลับที่พัก Park Inn หรือเทียบเท่า พักผ่อนตามอัธยาศัย

    11. Day 12 คาซาน – เครมลิน – พิพิธภัณฑ์ชัคชัค

      วันที่ 6 กันยายน 2562

      09.30 น 

      ออกเดินทางไปชมเครมลินแห่งคาซาน (Kazan Kremlin) อันเป็นราชธานีและเมืองป้อมเก่าของรัฐข่านแห่งคาซาน ก่อนที่จะโดนทำลายอย่างราบคาบในสงครามกับซาร์อิวานที่ 4 ผู้โหดเหี้ยมแห่งรัสเซียและได้มีการบูรณะขึ้นใหม่ทั้งหมดด้วยการสร้างกำแพงหินขาวล้อมรอบแทนที่

      ชม มัสยิดคอลชารีฟ (Kul-Sharif Mosque) มัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป สร้างแล้วเสร็จในปี2005 เพื่อระลึกถึงมัสยิดคอลชารีฟหลังเดิมที่โดนทำลายไปในปี 1552 ช่วงสงครามกับซาร์อิวานที่ 4

      ชม หอคอยสุยุมบิเก (Suyumbike Tower) สิ่งก่อนสร้างที่สูงที่สุดในเครมลินแห่งคาซาน ไม่ปรากฎหลักฐานการก่อสร้างหอคอยแห่งนี้ ว่าเป็นมาอย่างไรแต่คาดการณ์ว่าเป็นช่วงศตวรรษที่ 16 – 17 ซึ่งชื่อหอคอยโยงกับพระนามของ ข่านหญิงแห่งคาซาน ที่ตำนานกล่าวว่าพระนางกระโดดหอคอยแห่งนี้ เพื่อหนีการแต่งงานกับซาร์อิวานที่ 4 ผู้โหดเหี้ยม

      12.30 .

      รับประทานอาหารกลางวัน

      13.30 .

      เข้าชม พิพิธภัณฑ์ชัคชัค (Chak Chak Museum) พิพิธภัณฑ์ที่ตั้งชื่อตามของว่างท้องถิ่นขาวตาตาร์ ทั้งยังเป็นของทานเล่นที่เป็นที่นิยมในหมู่ชนเผ่าเติร์ก ได้แก่ ชาวบัชคีร์ คาซัค อุซเบก ทาจิก ฯลฯ โดยในพิพิธภัณฑ์เก็บรักษาเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชาวตาตาร์ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึง ศตวรรษที่ 20

      ต่อเนื่องด้วยพหุศาสนวิหาร (Temple of All Religions) สิ่งก่อสร้างที่รวบรวมสถาปัตยกรรมของ 3 ศาสนา ได้แก่ อิสลาม คริสต์ออร์โธด็อกซ์และยูดาย ซึ่งเป็นการหลอมรวมความแตกต่างที่มีแต่ความสันติอย่างลงตัว สะท้อนความหลากหลายและการยอมรับและเคารพซึ่งกันและกันต่อความหลากหลายเหล่านั้นในดินแดนตาตาร์สถาน

      ต่อเนื่องด้วยการมุดลงรถไฟใต้ดินคาซาน (Kazan Metro) ที่ตกแต่งในสไตล์ศิลปะตาตาร์อันเป็นเอกลักษณ์ไม่มีใครเหมือน พาท่านช้อปปิ้ง ถนนบาวมาน (Baumanskaya Street) เพื่อหาซื้อของฝากตาตาร์ก่อนกลับ

      18.30 .

      รับประทานอาหารเย็น

      19.20 .

      เดินทางถึงสถานีรถไฟคาซาน

      20.00 .

      ขบวนรถไฟที่ 001G ออกเดินทางจากสถานีรถไฟคาซาน

    12. Day 13 ขบวนรถไฟที่ 001G – มอสโก – จัตุรัสแดง – วัดพระคริสต์ผู้ไถ่

      วันที่ 7 กันยายน 2562

      07.10

      ขบวนรถไฟที่ 001G มาถึง สถานีรถไฟคาซานแห่งมอสโก (Mosocw Kazan Railway Station) พบกับคณะมัคคุเทศก์ท้องถิ่น เดินทางเข้าที่พักเพื่อพักผ่อนหลังเดินทางไกล

      นำท่านสำรวจ สถานีรถไฟใต้ดินมอสโก (Moscow Metro) ที่ขึ้นชื่อว่าสวยงามที่สุดในโลก เป็นงานสถาปัตยกรรมสะท้อนแนวคิดคอมมิวนิสต์เมื่อครั้งรุ่งเรืองตามแนวคิดของโยซิฟ สตาลิน (Josif Stalin) ผู้นำบุรุษเหล็กแห่งสหภาพโซเวียต ทั้งเมืองมีกว่า 200 สถานี มีผู้ใช้บริการถึงวันละ 8-9 ล้านคน แต่ละสถานีมีการตกแต่งที่ต่างกัน เลยเคยเป็นหลุมหลบภัยในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองต่อเนื่องมาจนสงครามเย็น

      จับจ่ายของที่ระลึกพื้นบ้าน ตลาดอิสไมลอฟ ตลาดจำหน่ายของที่ระลึกที่ใหญ่ที่สุด สินค้ามีความหลากหลาย เช่น ตุ๊กตาแม่ลูกดก (มาโทร้ชก้า) หีบดนตรี หมวกขนสัตว์ แม่เหล็กติดตู้เย็น พวงกุญแจแบบต่างๆ ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ฯลฯ

      รับประทานอาหารกลางวัน

      บ่าย

      จากนั้นนำท่านชมด้านหน้า วัดพระคริสต์ผู้ไถ่ (Cathedral of the Christ Saviour) วิหารโดมทองที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซียบูรณะขึ้นมาใหม่เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 850 ปีแห่งการสถาปนากรุงมอสโก หลังจากนโปเลียนยกทัพ กลับไป พระเจ้าซาร์ได้มีพระบัญชาให้สร้างวิหารแห่งนี้ ขึ้น ถวายแด่พระเจ้าที่ช่วยรักษามอสโกไว้ได้ปิดท้ายด้วย

      เดินทอดน่อง จัตุรัสแดง (Red Square) สถานที่ที่ถือเป็นจุดศูนย์กลางของประเทศ เคยเป็นฉากหลังของเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ในหลายยุคสมัยแม้ในปัจจุบัน ทั้งการสวนสนามเฉลิมฉลองชัยชนะ การประท้วงการใช้อำนาจของรัฐบาล เดินลัดเลาะไปตามจัตุรัสแดง

      ผ่านหน้า วิหารเซ็นต์บาซิล (St. Basil Temple) ซึ่งถือเป็นโลโก้หลักของกรุงมอสโก สร้างโดยพระเจ้าอิวานที่สี่ผู้เกรี้ยวกราดเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะเหนือพวกตาตาร์และมีตำนานว่าพระองค์สั่งให้ควักลูกตาสถาปนิกผู้สร้างเพื่อมิให้ไปสร้างสิ่งสวยงามแบบนี้ ที่ใดอีก ผ่านพระราชวังเครมลินศูนย์กลางการบริหารประเทศตั้งแต่อดีต สุสานเลนิน ห้าง GUM ห้างสรรพสินค้าหรูที่เก่าแก่ และแม่น้ำมอสโกอิสระจับจ่าย ห้าง GUM

      19.20 .

      รับประทานอาหารค่ำ ร้านอาหารท้องถิ่น

      นำท่านพักโรงแรม Holiday inn Suschevsky หรือ เทียบเท่า

    13. Day 14 มอสโก - พระราชวังเครมลิน

      วันที่ 8 กันยายน 2562

      09.30

      นำท่านสัมผัสความวิจิตรงดงามของ พระราชวังเครมลิน (Kremlin) เข้าชมสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ อันเป็นจุดกำเนิดของประวัติศาสตร์รัสเซียที่มีอายุยาวนานกว่า 850 ปี ภายในพระราชวังมโหฬารแห่งนี้ ประกอบด้วยปราสาทราชฐาน โบสถ์ วิหาร พิพิธภัณฑ์ คลังแสง อาวุธยุทธภัณฑ์ หอคอย ป้อมปราการ หอสูง ยอดแหลม และโดมมากมาย มีกำแพงสูง 65 ฟุตรอบพระราชวัง และมีความยาวเกือบ 3 กิโลเมตร

      จากนั้นนำชม พิพิธภัณฑ์อาร์เมอร์รี่แชมเบอร์(Kremlin Armoury Chamber) ซึ่งเก็บรวบรวมศาสตราวุธต่างๆ ที่ใช้ในการสงครามเครื่องประดับและของมีค่ามากมายของกษัตริย์ตั้งแต่สมัยอดีต ชมความงดงามของรถม้าทองคำ มงกุฎทองคำประดับเพชร บัลลังก์เพชร ตลอดจนเครื่องประดับเพชรของพระนางแคทเธอรีน มหาราชินี ซึ่งสวมในวันราชาภิเษกและพิเศษสุดกับการเข้า

      ชม พิพิธภัณฑ์พระคลังเพชร (The Kremlin’s State Diamond Fund) ที่จัดแสดง เพชร ทองคำมรกต อำพัน และอัญมณีมีค่ามากมาย แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่และร่ำรวยของราชวงศ์รัสเซีย รวมทั้งไม่พลาดที่จะ

      เข้าชม โบสถ์อัสสัมชัญ (Assumption Cathedral) โบสถ์เก่าแก่ที่สุดในเครมลิน ใช้สำหรับทำพิธีบรมราชาภิเษกในพระราชวังเครมลิน ภายนอกเป็นสถาปัตยกรรมแบบยอดโดม 9 ยอด ภายในมีภาพวาดเขียนสีเฟรสโก และภาพไอคอน แสดงประวัติของพระเยซู ภาพพระแม่มาเรีย พระบุตร พระจิต ปิดท้ายด้วยการถ่ายรูปกับปืนใหญ่พระเจ้าซาร์ ซึ่งเป็นปืนใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และระฆังพระเจ้าซาร์ที่มีน้ำหนักถึง 210 ตัน

      13.30 น.

      รับประทานอาหารกลางวัน

      14.30 .

      เดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติมอสโกเชเรเมเทียวา (Sheremetyevo International Airport)

      17.00 .

      ถึงท่าอากาศยานเชเรเมเทียวา ผ่านกระบวนการลงทะเบียนสัมภาระและออกตั๋วโดยสาร ผ่านพิธีการศุลการกร

      และตรวจคนเข้าเมืองขาออก

      อาหารเย็นรับประทานอาหารร้อนระหว่างเที่ยวบิน

      19.20 .

      สายการบินแอโรฟลอท เที่ยวบินที่ SU270 ออกเดินทางสู่กรุงเทพ

    14. Day 15 กรุงเทพมหานคร

      วันที่ 9 กันยายน 2562

      08.20 .

      เที่ยวบินที่ SU270 นำท่านเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

    Package Confirmed Dates Trip Status Trip Status Price (PP) Excluding Flights Price (PP) Including Flights 
    25/08/2019 - 09/09/2019
    Confirmed departure
    ฿140,000
    ฿140,000