ทัวร์ขึ้นยอดเขาคิลิมันจาโร (Kilimanjaro) - Patourlogy Exotic Excursions
Kili resize

ทัวร์เดินทางขึ้นยอดคิลิมันจาโร (Seven Summit Expedition Kilimanjaro) ครั้งหนึ่งในชีวิตสู่จุดสูงสุดของทวีปแอฟริกา

from ฿105,000

ครั้งหนึ่งในชีวิตสู่การขึ้นสู่จุดสูงสุดของทวีปแอฟริกาด้วยขาทั้งสองข้างของร่างกาย

ไปสัมผัสกับความหนาวเย็นสุดขั้ว ร่วมกับอากาศที่แสนเบาบาง

ไปให้เห็นกับตาว่าหิมะในทวีปแอฟริกานั้นมีอยู่จริงๆ

 

  • Reviews 0 Reviews
    0/5
  • Vacation Style Holiday Type
    Camping, Trekking
  • Activity Level Ultimate
    8/8
  • Group Size Medium Group
    16
All about the ทัวร์เดินทางขึ้นยอดคิลิมันจาโร (Seven Summit Expedition Kilimanjaro) ครั้งหนึ่งในชีวิตสู่จุดสูงสุดของทวีปแอฟริกา.

ครั้งหนึ่งในชีวิตกับการขึ้นสู่จุดสูงสุดของทวีปแอฟริกา

หนึ่งใน “Seven Summit” ที่นักเดินเขาทั่วโลกต้องมาสัมผัสอย่างหนึ่งครั้งในชีวิต

กับความสูง 5,895 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล กับภูมิประเทศและอากาศเสมือนอยุู่ขั้วโลก

ท่านจะได้เดินทางไปพร้อมกับทีมสนับสนุนที่จะส่งท่านถึงยอด Uhuru peak จุดสูงสุดที่แท้จริง

ราคาทริป 105,000 บาท (รวมทุกอย่าง ยกเว้นอาหารบ้าง* ดูได้จากโปรแกรมครับ)

*ทริปนี้เหมาะสำหรับนักเดินเขาที่มีประสบการณ์เดินในระดับความสูง 4,000 เมตร ขึ้นไป*

 

The tour package inclusions and exclusions at a glance
What is included in this tour?Items that are included in the cost of tour price.
  • ค่าแพทย์ที่จะเดินทางไปกับทีมนักเดินทางตลอดทาง
  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ รวมค่าภาษี และส่วนเพิ่มของน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 08 พฤศจิกายน 2561
  • ค่าใช้จ่ายสำหรับไกด์ ทีมพ่อครัว ทีมลูกหาบ และสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆสำหรับการใช้ชีวิตอยู่บนภูเขาตลอด 6 วัน 5 คืน
  • ค่าถังออกซิเจนที่ลูกหาบจะนำขึ้นไปกับนักเดินทางตลอดทาง
  • ค่าโรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่าในระดับราคาเดียวกัน โดยพักเป็นห้องแบบ Twin / Double ในคืนก่อนขึ้นเขาและคืนหลังลงจากเขา
  • ค่าอาหารเช้าทุกมื้อ รวมถึง อาหารทุกมื้อระหว่างการเดินเขา
  • ค่าวีซ่าเข้าประเทศแทนซาเนีย
  • ค่าประกันการเดินทางของ บริษัท เอ ดับเบิลยู พี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) แบบ Oasis Leisure คุ้มครองการสูญเสียชีวิต/อวัยวะจากอุบัติเหตุ สำหรับผู้เอาประกันภัยอายุมากกว่า 16 ปีน้อยกว่า 75 ปี ไม่เกิน 4,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศไม่เกิน 2,500,000 บาท ทั้งนี้ครอบคลุมถึงสุขภาพที่ไม่ได้เกิดจากโรคประจำตัว ท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากกรมธรรม์
  • ค่าเงินประกันสำหรับการเคลื่อนย้ายฉุกเฉินโดย flyingdoctorsafrica.org
  • สำหรับสายการบิน Kenya Airways อนุญาตให้โหลดกระเป๋าใต้เครื่อง น้ำหนักไม่เกิน 23 กิโลกรัม และสามารถถือสัมภาระขึ้นเครื่องได้น้ำหนักไม่เกิน 12 กิโลกรัม การเรียกค่าระวางน้ำหนักเพิ่มเป็นสิทธิของสายการบินที่ท่านไม่อาจปฏิเสธได้

*การอนุมัติวีซ่าเป็นเอกสิทธิ์ของทางสถานทูต ทางบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้บริษัทเป็นเพียงตัวกลาง และคอยบริการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เดินทางเท่านั้น เงินค่าสมัครวีซ่าทางสถานทูตเป็นผู้เก็บ หากผลวีซ่าออกมาว่า ไม่ผ่าน ทางสถานทูตจะไม่คืนเงินค่าสมัครวีซ่าไม่ว่าในกรณีใดๆก็ตาม และทางสถานทูตมีสิทธิที่จะไม่ตอบเหตุผลของการปฏิเสธวีซ่าทุกกรณีหมายเหตุ

หมายเหตุ บริษัทฯ ขอสงวนลิขสิทธิ์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงราคากรณี ผู้ร่วมเดินทางน้อยกว่า 8 ท่าน

What is not included in this tour?Items that are not included in the cost of tour price.
  • ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น + ลูกหาบท้องถิ่น ประมาณ 120 USD ต่อคน (เป็นธรรมเนียมปฎิบัติและมารยาทที่สำคัญของที่นี่) 
    • ค่าอาหารในวันที่ 1 ที่เดินทางไปถึงเมืองโมชิ (มื้อเที่ยง + มื้อเย็น)
    • ค่าอาหารในวันที่ 7 หลังจากกลับลงจากเขา (มื้อเย็น)
    • ค่าอาหารในวันที่ 8 (มื้อเที่ยง)
    • ค่าอาหารโดยเฉลี่ยมื้อละ 250 – 400 บาท/ท่าน
  • ค่าวัคซีนไข้เหลือง (Yellow fever vaccination) จำเป็นต้องฉีดทุกคน
  • ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
  • ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพักและค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพัก ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหาร นอกเหนือจากที่ทางบริษัทฯ จัดให้ ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
  1. Day 1 Depart from Bangkok

    วันที่ 16 กันยายน พ.ศ.2562

    นัดพับกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ

    วันที่ 17 กันยายน พ.ศ.2562

    02.25 น. นำท่านเดินทางสู่ประเทศเคนยาด้วยสายการบิน

    06.30 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติโจโม่ เคนยัตต้า (Jomo Kenyatta international airport) จากนั้นนำท่านสู่ transit hall

    08.00 น. นำท่านเดินทางสู่ประเทศแทนซาเนีย ด้วยสายการบินเคนย่าแอรไลน์

    จากจุดนี้ท่านจะสามารถมองเห็นยอดเขาคิลิมันจาโรหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดประจำทวีป (Seven summit) จากบนฟากฟ้า และยังมองเห็นยอดเขาเมรุ (Mount Meru) ยอดเขาที่สูงที่สุดเป็นอันดับสองของแทนซาเนียด้วยเช่นกัน

    10.00 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติคิลิมันจาโร (Kilimanjaro international airport) ประเทศแทนซาเนีย นำผ่านด่านตรวจคัดกรองสุขภาพ และเราจะทำวีซ่าเข้าประเทศแทนซาเนียกันที่นี่ (visa on arrival) ตรงนี้จะมีเคาท์เตอร์แลกเงินสกุลท้องถิ่นหรือจะไปแลกในเมืองโมชิก็ได้เช่นเดียวกัน หลังจากนี้นำท่านขึ้นรถเพื่อเดินทางเข้าสู่เมืองโมชิ ระหว่างทางจะผ่านหมู่บ้านของชาวแทนซาเนียให้ท่านได้เห็นวิถีชีวิตประจำวันของคนท้องถิ่นที่นี่

    12.00 น. เดินทางถึงเมืองโมชิ (Moshi) ศูนย์กลางการเดินเขาของประเทศแทนซาเนีย เมืองโมชิตั้งอยู่บนที่ราบสูงใกล้เชิงเขา จึงมีอากาศที่ค่อนข้างจะเย็นตลอดทั้งปี จากในเมืองโมชิไม่ว่าจะอยู่ในมุมใดๆ เมื่อท่านมองขึ้นฟ้าท่านก็จะเห็นยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปแห่งนี้เสมอ จากนั้นนำท่านรับประทานอาหารยังภัตตาคารท้องถิ่น

    13.00 น. นำท่านเช็คอินยังที่พัก โรงแรม Park View hotel หรือเทียบเท่า หลังจากนั้นให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย

    ช่วงบ่าย Walking tour ในเมืองโมชิ 

    สถานที่น่าสนใจ

    • สถานีรถไฟเก่าประจำเมือง (Old railway station)
    • หอนาฬิกา (Clock tower)
    • ร้านกาแฟ (Coffee Union)

    17.00 น. นำท่านรับประทานยังภัตตาคารอาหารท้องถิ่น (Mimosa)

    18.00 น. พบปะกับหัวหน้าทีมไกด์ปีนเขา (Leader guide) ชาวแทนซาเนีย ที่จะมาสรุปการเดินทาง การเตรียมตัว รวมถึงเส้นทางที่ใช้เดิน ตลอดจนถึงการเช็คอุปกรณ์การเดินเขา เสื้อผ้า เป็นรายบุคคล ว่าพร้อมและเหมาะสมหรือไม่

    พัก โรงแรม Park View hotel

  2. Day 2 Moshi - Machame gate - Machame camp

    วันที่ 18 กันยายน พ.ศ.2562

    เช้า รับประทานอาหารภายในโรงแรม

    08.00 น. ออกเดินทางนำท่านสู่ประตูมาชาเม (Machame gate) ที่ทำการอุทยานแห่งชาติคิริมันจาโร

    10.00 น. เดินทางถึงอุทยานแห่งชาติคิลิมันจาโร จากจุดนี้ท่านต้องลงทะเบียนนักเดินเขา พร้อมกับพบปะทำความรู้จักกับทีมสนับสนุนที่จะคอยช่วยนำท่านขึ้นสู่จุดสูงสุดของทวีป จากนั้นจะให้ท่านรับประทานอาหารเที่ยง (แบบกล่อง) กันที่นี่ หลังจากที่ทุกคนรับประทานเรียบร้อยแล้ว เราจะเริ่มต้นออกเดินเท้าก้าวแรกกันที่นี่

    ในช่วงแรกของการเดินทาง จะเป็นการเดินทางในเขตของป่าดิบชื้น (Rain forest) ซึ่งบางครั้งจะมีฝนตกและมีความแฉะของพื้นดินได้มาก ท่านจะได้มีโอกาสสัมผัสของป่าดิบชื้นในทวีปแอฟริกา ได้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณไม้นานาชนิดที่นี่ รวมถึงลิงเฉพาะถิ่นโคโลบัส (Colobus) ที่จะพบได้ในบริเวณนี้เท่านั้น

    เป็นปกติที่ทีมลูกหาบจะเดินนำหน้าเราไปไกล และจะไปถึงบริเวณที่ตั้งแคมป์ก่อนเสมอ เพื่อติดตั้งเต๊นท์และอำนวยความสะดวกให้เราทันทีที่เราเดินทางไปถึง

    ระยะเวลาการเดินโดยประมาณ : 7-8 ชั่วโมง

    ระยะทางการเดินโดยประมาณ : ประมาณ 18 กิโลเมตร

    ความสูงที่เปลี่ยนแปลง : Machame Gate (1490 m) – Machame camp (2980 m)

    ภูมิอากาศ : ป่าดิบชื้อ (Montane forest)

  3. Day 4 Machame camp - Shira camp

    วันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2562

    เช้า รับประทานอาหารภายในแคมป์

    หลังจากทานอาหารเช้ากันเรียบร้อย เราจะเริ่มต้นออกเดินทางกันในวันที่สอง โดยในช่วงแรกจะเป็นการเดินทางชันเล็กน้อยประมาณ 2 ชั่วโมง จากจุดนี้สภาพภูมิประเทศจะเริ่มเปลี่ยนแปลงไป ต้นไม้สูงใหญ่จะหายไป เราจะพ้นเขตของป่าดิบชื้นไปแล้ว เข้าสู่เขตที่เรียกว่า ”มัวร์แลนด์” หรือภูมิประเทศแบบกึ่งพระจันทร์ และท่านจะได้พักรับประทานอาหารเที่ยงกันในบริเวณนี้

    ช่วงบ่ายนำท่านเดินทางต่อเข้าสู่ยอดเขาคิลิมันจาโรทางทิศตะวันตก จากจุดนี้เราจะเห็นจุดสูงสุดได้อย่างชัดเจน ซึ่งเรียกว่า ”คิโบ” (Kibo)

    เดินทางถึง Shira camp อันเป็นจุดหมายปลายทางของวันนี้ที่ระดับความสูง 3,840 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล จากจุดนี้ถือว่ามีความสูงพอสมควร ขอให้รักษาร่างกายและสังเกตอาการของตนเองในเรื่องของอาการแพ้ความสูง

    ระยะเวลาการเดินโดยประมาณ : 6-7 ชั่วโมง

    ระยะทางการเดินโดยประมาณ : ประมาณ 9 กิโลเมตร

    ความสูงที่เปลี่ยนแปลง : Machame camp (2980m) – Shira camp (3840m)

    ภูมิอากาศ : มัวร์แลนด์ (Moorland)

  4. Day 4 Shira camp - Barranco camp

    วันที่ 20 กันยายน พ.ศ.2562

    เช้า รับประทานอาหารภายในแคมป์

    จากจุดเมื่อเริ่มต้นเดินภูมิประเทศจะเปลี่ยนไปอีกครั้ง เราจะพบกับภูมิประเทศกึ่งทะเลทราย โดยจุดหมายของเราในช่วงเที่ยงของวันนี้คือ Lava tower ซึ่งมีความสูง 4,630 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล โดยเราจะพักทานข้าวแบบสบายๆ ก่อนจะเดินขึ้นสู่ลาวาทาวเวอร์ ณ จุดๆนี้ ร่างกายของเราจะสัมผัสได้ถึงอากาศที่เบาบาง เราจะหายใจได้ลำบากมากยิ่งขึ้น อาจจะมีอาการรู้สึกไม่สบายตัวหรือปวดหัวร่วมด้วยได้ เราจะอยู่บริเวณนี้กันเพียงช่วงสั้นๆเท่านั้น และเราจะเดินลงไปต่อยังจุดหมายที่อยู่ด้านล่างทันทีนั่นคือ Barranco camp โดยระหว่างทางท่านจะได้เห็นทิวทัศน์ของคิลิมันจาโรในด้านตะวันตกอย่างชัดเจน

    การเดินขึ้นสูงและลงไปนอนต่ำ ในทางการแพทย์จะเรียกว่า Acclimatization ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อนักเดินเขาอย่างมาก เพราะจะช่วยทำให้ร่างกายเราปรับตัวเข้ากับความสูงที่เปลี่ยนไปได้เร็วยิ่งขึ้น

    จุดชมพระอาทิตย์ตกในวันนี้จะมีความสวยงามกว่าวันไหนๆเป็นเป็นพิเศษ เพราะด้วยที่ตั้งของแคมป์ที่อยู่ระหว่าง ทิวเขาด้านตะวันตก (Western breach) และกำแพงแห่งบารังโก้ (Great Barranco Wall) เราจะตั้งแคมป์และพักรับประทานอาหารเย็นกันที่ จากนั้นให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย

    ระยะเวลาการเดินโดยประมาณ : 8-9 ชั่วโมง

    ระยะทางการเดินโดยประมาณ : ประมาณ 15 กิโลเมตร

    ความสูงที่เปลี่ยนแปลง : Shira (at 3840m) to Lava Tower (at 4630m) to Barranco camp (at 3950m)

    ภูมิอากาศ : กึ่งทะเลทราย (Semi-desert)

  5. Day 5 Barranco camp - Barafu camp

    วันที่ 21 กันยายน พ.ศ.2562

    เช้า รับประทานอาหารภายในแคมป์

    เมื่อรับประทานเสร็จแล้ว เราจะออกเดินผ่านสันของ Barranco wall เข้าสู่ Karanga valley เพื่อพักรับประทานอาหารเที่ยง และเดินทางต่อไปสู่ Barafu hut อันเป็น basecamp ของเส้นทางสายนี้

    ที่นี่เราจะได้พบกับนักปีนเขามากมายจากทั่วโลกที่เตรียมมาพิชิตยอด บางคนพึ่งลงมาจากยอด บางคนกำลังจะขึ้นเหมือนกันเรา วันนี้เราจะไม่ได้ทำอะไรกันมากนอกจากให้นอนพักมากถึงมากที่สุด ทานน้ำเยอะๆ และเฝ้าระวังอาการแพ้ความสูงที่อาจจะมาเป็นอุปสรรคสำคัญของเราได้้

    ระยะเวลาการเดินโดยประมาณ : 8-9 ชั่วโมง

    ระยะทางการเดินโดยประมาณ : ประมาณ 13 กิโลเมตร

    ความสูงที่เปลี่ยนแปลง : Barranco camp (3950m)- Barafu camp (4550m)

    ภูมิอากาศ : ทะเลทรายกึ่งอัลไพน์ (Alpine desert)

  6. Day 6 Summit day at Uhuru peak - Mweka camp

    วันที่ 22 กันยายน พ.ศ.2562

    เที่ยงคืน รับประทานอาหารรองท้องก่อนก่อนจะเตรียมตัวพิชิตยอด

    23.30 น. ตื่นนอนมาทำธุระส่วนตัวและรับประทานอาหารรองท้อง

    00.00 น. เช็คความพร้อมของเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์การเดินเขา เตรียมตัวเดินขึ้นสู่จุดสูงสุดของทวีปแอฟริกา

    จากจุดนี้จะเป็นทางเดินที่ค่อนข้างชัน และพื้นผิวจะเป็นลักษณะของหินดินภูเขาไฟซึ่งจะมีความร่วนซุยในระดับหนึ่ง โดยเราจะเดินกันท่ามกลางความมืดมิด มีเพียงไฟฉายและแสงจากดวงดาวที่ส่องนำทางเราไปถึงยอด เราจะมีไกด์นำทางด้านหน้าและปิดท้ายไปตลอดทั้งทาง จุดนี้ถือเป็นจุดที่เรียกว่าท้าทายและเหนื่อยมากที่สุดเมื่อเทียบกับตลอดทางที่ผ่านมา

    06.00 น. เดินทางถึง Stella Point ระดับความสูง 5,685 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เมื่อท่านมาถึงจุดนี้เราจะพบกับพระอาทิตย์และแสงแรกของวัน เมื่อเราหันกลับไปมองเบื้องล่าง เราจะพบว่าตัวเองตอนนี้มันยืนอยู่ที่ริมขอบปากปล่องภูเขาแห่งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเราจะเห็นหิมะและธารน้ำแข็งที่ตั้งอยู่รายรอบอย่างชัดเจนจนอาจจะลืมไปได้ว่าตอนนี้เราอยู่ในแอฟริกา แต่ที่นี่ไม่ใช่จุดสูงสุด เรายังคงต้องเดินกันต่อไป

    08.00 น. เดินทางถึง Uhuru peak ระดับความสูง 5,895 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เมื่อท่านมาถึงจุดนี้ แปลว่าท่านมาอยู่ที่จุดสูงสุดของทวีปแห่งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราจะไม่อยู่ที่กันนานนัก เนื่องจากอากาศที่เบาบางและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เมื่อใช้เวลากันอย่างเหมาะสมก็จะได้เวลาเดินลงกลับไปยัง Barafu hut (Base camp) ของเรา โดยจะใช้เวลาในขาลงประมาณ 3-4 ชั่วโมง ในเส้นทางเดิม

    เมื่อท่านเดินทางลงไปถึง Barafu hut ทีมงานที่อยู่ด้านล่างจะคอยบริการน้ำและอาหารเที่ยงสำหรับผู้พิชิตทุกท่าน และให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัยช่วงระยะเวลาสั้นๆ

    ในช่วงบ่ายนี้เราจะใช้เวลาเดินกับเส้นทางที่เหลือประมาณ 20 กิโลเมตรเพื่อไปยัง Mweka camp ที่พักคืนสุดท้ายของเราบนภูเขาแห่งนี้

    เย็นนี้เราจะได้รับประทานอาหารร้อนๆและได้พักผ่อนร่างกายหลังจากใช้พลังงานไปอย่างมากตลอดวัน

    ระยะเวลาการเดินโดยประมาณ :

    ขาขึ้น 8-9 ชั่วโมง จาก Barafu hut ถึงยอด Uhuru

    ขาลง 8-9 ชั่วโมง จากยอด Uhuru มาถึง Mweka hut

    ระยะทางการเดินโดยประมาณ :

    ขาขึ้น 7 กิโลเมตร จาก Barafu hut ถึงยอด Uhuru

    ขาลง 30 กิโลเมตร จากยอด Uhuru มาถึง Mweka hut

    ความสูงที่เปลี่ยนแปลง : Barafu camp (4550m) – Uhuru Peak (5895m) – Mweka (3100m)

    ภูมิอากาศ : อาร์คติค (Arctic)

  7. Day 7 Mweka camp - Moshi

    วันที่ 23 กันยายน พ.ศ.2562

    เช้า รับประทานอาหารภายในแคมป์

    หลังจากที่รับประทานอาหารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากจุดนี้จะเป็นการอำลาทีมลูกหาบของเราทุกคน เพราะจากนี้ไปลูกหาบแต่ละคนจะเดินด้วยความเร็วของตัวเองลงไปเมืองด้านล่างพร้อมกับสัมภาระของเรา โดยเขาจะนำสัมภาระของเราไปวางไว้ให้ แต่เขาจะแยกย้ายกลับบ้านของพวกเขาทันที่ไปถึง เวลาจึงเป็นเวลาแห่งการร่ำลา ถ่ายภาพร่วมกัน แสดงความขอบคุณถึงการทำงานอย่างตั้งใจและความสามัคคีของทีมงานทุกคนที่ทำให้พวกเราไปถึงยอดเขาที่สูงที่สุดของทวีปแอฟริกาได้ โดยจะเหลือเพียงแต่ไกด์ที่จะเดินคู่ไปกับเราจนเมตรสุดท้ายที่ตีนเขาเบื้องล่าง

    ณ เวลานี้ คือการแสดงความขอบคุณที่เป็นธรรมเนียมปฎิบัติของการเดินเขาที่นี่ (gratitude) คือการมอบทิปให้เป็นน้ำใจแก่ทีมงานทุกๆคน โดยมาตรฐานแล้วการให้ทิปจะไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัว แต่จะอยู่ระหว่าง 100-150 USD ตามแต่ความตั้งใจ

    จากตรงนี้จะเป็นเส้นทางเดินลงเขาอย่างเดียว ผ่านจากเขตมัวร์แลนด์กลับไปสู่ป่าดิบชื้นอีกครั้ง

    ที่ปลายทางจะเป็น ประตูเอมวีก้า (Mweka gate) อันเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติคิลิมันจาโร โดยท่านที่สามารถพิชิตยอดเขาได้ ท่านะจะได้เกียรติบัตรทอง (Gold certificate) เป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จ จากนั้นนำท่านขึ้นรถสู่หมู่บ้านเอมวีก้าที่อยู่เบื้องล่าง ซึ่งท่านจะได้รับประทารอาหารเที่ยงร้อนๆที่ได้จัดเตรียมไว้ให้แล้ว

    หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ เราจะบอกลาไกด์ของเราเป็นครั้งสุดท้าย และเดินทางกลับเข้าสู่เมืองโมชิ กลับไปสู่เขตอารยธรรมของมนุษย์อีกครั้ง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที

    16.00 น. นำท่านเช็คอินเข้าที่พัก โรงแรม Park view จากนั้นให้ท่านได้มีโอกาสพักผ่อนตามอัธยาศัยรวมถึงการอาบน้ำที่ไม่ได้อาบมาตลอดระยะเวลา 6 วัน

    18.00 น. นำท่านไปรับประทานอาหารท้องถิ่น พร้อมกิจกรรมฉลองกิจกรรมการพิชิตยอดเขาคิลิมันจาโร สร้างเกียรติประวัติให้แก่ชีวิตได้สำเร็จ

    ระยะเวลาการเดินโดยประมาณ : 4-5 ชั่วโมง

    ระยะทางการเดินโดยประมาณ : ประมาณ 15 กิโลเมตร

    ความสูงที่เปลี่ยนแปลง : Mweka camp (3100m) – Mweka Gate (1980m) – Moshi (950m)

    ภูมิอากาศ : ป่าดิบชื้น (Forest)

  8. Day 8 Kahawa Coffee tour - Back to Thailand

    วันที่ 24 กันยายน พ.ศ.2562

    เช้า รับประทานอาหารภายในโรงแรม

    จากนั้นนำท่านไปเยี่ยมชมไร่กาแฟ Kahawa Coffee tour ที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของเมืองโมชิ โดยเม็ดกาแฟที่ได้รับการปลูกตามเชิงเขาของคิลิมันจาโรแห่งนี้จะมีรสชาติและกลิ่นที่หอมมันไม่เหมือนใคร โดยจะมีไกด์ท้องถิ่นพาเดินชมและให้ความรู้กันอย่างใกล้ชิด ถือเป็นประสบการณ์ปิดท้ายสำหรับการเดินทางของเราในคิลิมันจาโร

    บ่าย

    นำท่านรับประทานอาหารยังภัตตาคารอาหารท้องถิ่น

    หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบินนานาชาติคิลิมันจาโรเพื่อเดินทางกลับสู่ประเทศไทยด้วยสายการบิน

  9. Day 9 Arrival at Bangkok

    วันที่ 25 กันยายน พ.ศ.2562

    เดินทางถึงกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพ

ที่พักตลอดการเดินทาง

ตลอดการเดินทางจะมีที่พักแบ่งเป็น 2 ช่วงคือ

  • ช่วงที่อาศัยอยู่ที่เมืองโมชิ (Moshi) ในคืนวันที่ 1 ของการเดินทาง และคืนวันที่ 6 ของการเดินทาง เราจะพักกันที่โรงแรม Park View lodge ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงแรมที่อยู่ในจุดที่มุมสวยที่สุดของเมืองโมชิ เราจะสามารถมองเห็นยอดเขาคิลิมันจาโรได้จากชั้นดาดฟ้าของโรงแรม ความสะดวกสบายของโรงแรมถือว่าอยู่ในระดับ 4 ดาว ตามมาตรฐานครับ ทุกห้องนอนจะมีห้องน้ำในตัว มีโถชักโครงชนิดกดและมีสายฉีดน้ำให้ในทุกห้อง
  • ช่วงที่อยู่ในระหว่างการเดินเขา จะเป็นการนอนในเต๊นท์ทั้งหมด โดยจะขอสรุปลักษณะการนอนไว้ตามนี้ครับ ว่าทางทัวร์เราจัดอะไรไว้ให้บ้าง
    • 1 เต๊นท์ จะนอน 2 คน
    • ในแต่ละเต๊นท์จะมี เบาะฟูกสำหรับปูนอนให้ทุกท่าน โดยฟูกจะมีความหนาประมาณ 6 นิ้ว นอนได้สบาย ไม่ปวดหลังครับ
    • เราจะเตรียมถุงนอนอย่างหนาเอาไว้ให้ทุกท่านเช่นเดียว เนื่องจากอุณหภูมิในช่วงกลางคืนจะอยู่เลขตัวเดียวและอาจต่ำกว่าศูนย์ได้
    • ห้องน้ำจะเป็นแบบ mountain toilet คือเป็นส้วมหลุมที่ถูกขุดไว้มีรูอยู่เบื้องล่าง มีที่ปิดกั้นชัดเจน ตั้งอยู่ห่างออกไปจากบริเวณแคมป์พอสมควร จะไม่มีกลิ่นและความสกปรกเข้ามารบกวนบริเวณที่นอนครับ
    • ในแคมป์ จะมีเต๊นท์รับประทานอาหาร ที่มีโต๊ะ เก้าอี้ และ เครื่องเคียงสำหรับรับประทานอาหารในทุกมื้อ
    • อาหารจะมีบริการตลอดวันละ 3 มื้อที่อยู่บนภูเขา โดยจะเป็นอาหารปรุงใหม่ในทุกๆมื้อ และอาหารจะออกแบบให้เหมาะสมสำหรับคนไทยเป็นพิเศษ

เงื่อนไขการจองทัวร์ :

  1. บริษัทฯ จะขอเรียกชําระค่ามัดจําการจอง เป็นเงินท่านละ 10,000 บาท
  2. เมื่อท่านตกลงเดินทางกับทางบริษัทฯ ระยะเวลา 4 เดือนก่อนเดินทาง หรือ ตามวันที่ระบุ (ถ้ามี) ต้องชําระเงินค่าจองทัวร์ 50% ตามที่โปรแกรมระบุ หรือชําระเต็มจํานวน โดยโอนเข้าบัญชีธนาคารตามที่ระบุไว้ แล้ว Email หลักฐานดังกล่าวมา ทางอีเมล์ที่ [email protected] ทางบริษัทฯ จะจัดส่งใบเสร็จรับเงินกลับไปยังท่าน
  3. ชําระเงินค่าทัวร์ส่วนที่เหลือก่อนการเดินทาง 60 วัน หรือตามที่ระบุในโปรแกรมโดยโอนเข้า บัญชีเช่นกัน และท่านจะได้รับใบเสร็จรับเงินและแจ้งยืนยันการเดินทาง
  4. ขอสงวนสิทธิ์การจองให้ท่านที่ชำระค่ามัดจำเข้ามาแล้วเท่านั้น บริษทขอสวนสิทธิ์การคืนเงินให้กับลูกค้าและยกเลิกการเดินทางของลูกค้า ในกรณีที่ลูกค้ามัดจำส่วนที่เหลือล่าช้ากว่ากำหนด

วิธีการจองทัวร์ :

  1. ติดต่อกลับมาที่บริษัท โทร 096 -640 4534 วันจันทร์ – เสาร์ เวลา 12:00-20:00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 12:00-19:00 น.   เพื่อทําการจองกับเจ้าหน้าฝ่ายขาย และ สอบถามข้อมูล
  2. ส่งข้อมูลของท่านมาที่อีเมล์  [email protected]

การชําระเงินโดยผ่านบัญชีธนาคาร

ชําระโดยโอนเงินผ่านบัญชี ที่ระบุนี้ เท่านั้น

กรุณาโอนเงิน เข้าบัญชี (โปรดสอบถามข้อมูลก่อนการโอน)

เมื่อท่านโอนเงินแล้ว กรุณส่งหลักฐานการโอนเงินมาที่ Email : [email protected] จะ ถือว่าการจองสมบูรณ์ และบริษัทฯจะส่งใบเสร็จให้ท่านต่อไป (กรณีต้องการใบกํากับภาษี กรุณาแจ้งก่อนการชําระเงิน)

ชําระเงินที่บริษัทฯ โดยเงินสด ,เช็คธนาคาร, บัตรเครดิต

( กรณีชําระโดยบัตรเครดิต บริษัทฯ ชาร์ท 3 %)

การยกเลิกการจองและการเดินทาง

ยกเลิกทัวร์ใดๆ หลังจากการจองสมบูรณ์แล้ว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าธรรมเนียม อย่างน้อยท่านละ 5,000 บาท และค่าใช้จ่ายที่ดําเนินการไปแล้ว เช่น ค่าธรรมเนียมวีซ่า, ตั๋วเครื่องบิน เป็นต้น

  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 60 วัน คืนค่าบริการทั้งหมด (ยกเว้นค่ามัดจำกับทางสายการบินและค่าจองโรงแรมที่พักที่ได้เกิดขึ้นและชำระแก่ปลายทางไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว)
  • ยกเลิกทัวร์ภายใน 60-45 วัน ก่อนการเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์ในการยึดเงินมัดจำงวดแรก
  • ยกเลิกทัวร์ภายใน 45 วัน ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธ์ในการคืนเงินทั้งหมด
  • หากถูกปฏิเสธการเข้าเมือง ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทั้งหมด

หมายเหตุ

  1. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจําเป็น สุดวิสัยจนไม้อาจแก้ไขได้ และจะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียและ / หรือ เกิด อุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของตัวนักท่องเที่ยวเอง ซึ่งนอกเหนือความรับผิดชอบ ของหัวหน้าทัวร์และเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น ความล่าช้าจากสายการบิน การนัดหยุด งาน ภัยธรรมชาติ การจลาจลต่างๆ
  2. เนื่องจากรายการท่องเที่ยวนี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์ใช้บริการใดๆ ตาม รายการ อาทิ ไม่เที่ยวบางรายการ ไม่ทานอาหารบางมื้อ หรือไม่ร่วมในกิจกรรมใดๆ ก็แล้วแต่ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่าบริการบางส่วนให้แก่ท่าน เพราะเหตุ ค่าใช้จ่ายทุก อย่างทางบริษัทฯ ได้ชําระล่วงหน้าให้ตัวแทนต่างประเทศแบบเหมาขาดก่อนออกเดินทางเป็น เรียบร้อยแล้ว
  3. เนื่องจากเป็นการเดินทางไปทัวร์ต่างประเทศ หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าประเทศ หรือออก นอกประเทศ บริษัทฯไม่สามารถ คืนเงินค่าทัวร์บางส่วน หรือทั้งหมดไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  4. บริษัทฯ มีความยินดีที่จะรับลูกค้าที่มีจุดประสงค์เพื่อเดินทางท่องเที่ยวโดยเจตนาบริสุทธิ์ และปราศจากเจตนาแอบแฝงเพื่อหลบหนี / เลี่ยงเข้าประเทศ

“คิลิมันจาโร” ไม่ใช่ภูเขาสำหรับคนที่ไม่เคยเดินเขามาก่อน

ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผู้ร่วมเดินทางที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการเดินเขามาก่อนในทุกกรณี

การมาเดินเขาที่นี่ ท่านควรจะผ่านประสบการณ์การเดินเขาในระดับความสูงอย่างน้อย 3,500 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลมาก่อน ตัวอย่างของเส้นทางที่ความสูงเกิน 3,500 เมตร

  • Mount Rinjani, Indonesia
  • Mount Kinabalu, Malaysia
  • Annapurna base camp, Nepal
  • Everest base camp, Nepal

ความสูงเริ่มต้นของการเดินทางจะอยู่ที่ประมาณ 1,800 เมตร โดยท่านต้องเดินไปถึง base camp ที่ความสูงประมาณ 4,700 เมตร ในระยะเวลาเพียง 4 วัน ถือว่าเป็นการใช้ร่างกายที่หนักพอสมควร ท่านจึงต้องมีความฟิตของร่างกายในระดับที่สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่จะเตรียมตัวขึ้นสู่ยอดสูงสุดที่ 5,895 เมตร เป็นจุดที่ยากที่สุดและหลายคนต้องล้มเลิกความตั้งใจไป

ก่อนที่จะมาที่นี่ ท่านควรจะตอบว่า “ใช่” สำหรับคำกล่าวด้านล่างนี้ทั้งหมด

  • ท่านสามารถสะพายเป้เดินป่าได้วันเป็นระยะทาง 15-20 กิโลเมตรต่อวัน
  • ท่านสามารถที่จะเดินขึ้นทางชัน-ลงทางชัน ในระดับความสูงที่แตกต่างกันมากๆ หลัก 1,000 – 2,000 เมตร ได้โดยที่ไม่มีปัญหาใดๆ
  • จากประสบการณ์เดินเขาที่ผ่านมา ท่านไม่เคยมีอาการแพ้ความสูงที่รุนแรงจนต้องยกเลิกทริปกลางคัน

อุณหภูมิตลอดการเดินทางครั้งนี้มีความหลากหลายตามความสูงต่างๆดังนี้

  • อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของเมืองโมชิ 22-27 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิโดยเฉลี่ยที่ความสูง 2,500-4,000 เมตร 10-20 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิโดยเฉลี่ยที่ Base camp 0-10 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิโดยเฉลี่ยที่ Base camp -15 ถึง 5 องศาเซลเซียส

ทางบริษัทฯ คำนึงถึงความปลอดภัยทางสุขภาพของนักเดินเขาทุกคน โดยทางบริษัทฯ จัดเตรียมแผนการไว้ดังนี้

  • เบื้องต้น เราจะนำถังออกซิเจนจำนวน 2 ถังขึ้นไปกับทีมลูกหาบด้วย เพื่อสำรองใช้ในกรณีที่มีคนป่วย
  • ทางทีมจะจัดเตรียมยาที่จำเป็นสำหรับการป้องกันและรักษาอาการแพ้ความสูงไปด้วย
  • ทุกท่านจะได้รับการประเมินร่างกายเบื้องต้นโดยแพทย์ทุกวันตลอดระยะทางที่อยู่บนภูเขา
  • ทางทีมได้วางแผนการจัดการสำหรับการนำผู้ป่วยฉุกเฉินลงไปยังสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดในเมืองโมชิ
  • ทางทีมได้วางแผนสำหรับการขนย้ายผู้ป่วยข้ามประเทศไปรักษาต่อที่กรุงไนโรบี (ประเทศเคนยา) ในกรณีที่สถานพยาบาลในประเทศแทนซาเนีย ไม่สามารถรักษาปัญหานั้นๆได้
Overall Rating
0/5

LEAVE YOUR COMMENT

Package Confirmed Dates Trip Status Trip Status Price (PP) Excluding Flights Price (PP) Including Flights 
16/08/2019 - 24/05/2019
Confirmed departure
฿105,000
฿105,000